ซื้อ Autodesk Product เพิ่ม แต่ใน User Management ไม่เพิ่ม? แก้ไขได้ง่ายๆ ดังนี้

1. ลงชื่อเข้าใช้ด้วย Contact Email เท่านั้น:

  • ไปที่ https://manage.autodesk.com/
  • ใส่ Contact Email ที่ใช้ซื้อ Autodesk Product
  • คลิก “ลงชื่อเข้าใช้”

2. ไปที่ User Management > By Product:

  • คลิกเมนู “User Management”
  • เลือก “By Product”

3. ค้นหาแท็บสีเหลืองแจ้งเตือนดัง

  • แท็บสีเหลืองจะแสดงจำนวน Product ที่ซื้อเพิ่ม แต่ยังไม่ได้ Assign ทีม
  • คลิกแท็บสีเหลือง

4. คลิก “Assign” เพื่อ Assign Product ให้ “Team”

  • เลือก Product ที่ต้องการ Assign
  • เลือก “Team” ที่ต้องการ Assign Product

4.1 กรณีเลือก Assign Product ให้ Team เดิมที่มีอยู่:

  • เลือก “Team” จากรายการ Dropdown
  • คลิก “Assign”

4.2 กรณีเลือก Assign Product ให้ Team ใหม่:

  • เลือก “Create team”
  • ใส่ชื่อ “Team” ใหม่
  • เลือก “Assign”

5. ตรวจสอบการ Assign Product:

  • ตรวจสอบว่า Product ได้ถูก Assign ให้กับ “Team” ที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว

หมายเหตุ:

  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ใช้ที่ต้องการใช้ Product ได้อยู่ใน “Team” ที่ Assign Product
  • ผู้ใช้สามารถเข้าถึง Product ได้หลังจาก Assign Product เรียบร้อยแล้ว

Digital Twin: แนวคิดสำคัญต่ออุตสาหกรรมสถาปัตยกรรม วิศวกรรม และการก่อสร้าง

แนวคิด Digital Twin

“Digital twin” เป็นหนึ่งในคำศัพท์ที่ได้รับความนิยมในวงการเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมสถาปัตยกรรม วิศวกรรม และการก่อสร้าง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และกำลังเป็นที่พูดถึงอย่างแพร่หลาย แต่แนวคิดนี้จริง ๆ แล้วคืออะไรบ้าง มีขั้นตอนอะไรที่ต้องทำเพื่อให้ได้มา และมีความท้าทายอะไรบ้าง?

Digital Twin คือ ฝาแฝดดิจิทัล ซึ่งมีความหมายคือ รูปแบบดิจิตอลที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างใกล้เคียงกับสิ่งของหรือกระบวนการในโลกจริง โดยเราสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างซอฟต์แวร์หรือโมเดลที่แทนสิ่งของหรือระบบจริงได้ เพื่อให้เราสามารถวิเคราะห์ ทดสอบ และจำลองการทำงานของสิ่งของหรือระบบนั้น ๆ ในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ โดยไม่ต้องมีผลกระทบกับสิ่งของหรือระบบจริง นอกจากนี้ยังสามารถนำข้อมูลที่ได้จากการใช้งานของสิ่งของหรือระบบจริงมาวิเคราะห์และปรับปรุงในเวลาที่จำเป็นได้อีกด้วย

การทำงานของ Digital Twin มักเริ่มต้นด้วยการสร้างรูปแบบที่แม่นยำของระบบที่ต้องการจำลอง โดยใช้ข้อมูลจากเซ็นเซอร์หรือระบบต่าง ๆ ในการสร้างภาพลักษณ์ที่สะท้อนสภาพจริงของระบบนั้น ๆ ด้วยความแม่นยำที่สูง จากนั้น Digital Twin จะทำงานโดยต่อเนื่องโดยรับข้อมูลและการอัปเดตจากระบบจริงอยู่เสมอ ทำให้สามารถปรับปรุงและประเมินสถานะของระบบได้อย่างทันท่วงที

เทคโนโลยี Digital Twin เป็นการก้าวหน้าที่สำคัญในอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยมีการให้บริการรูปจำลองเสมือนจริงของทรัพยากรหรือระบบที่มีจริง ซึ่งการใช้เทคโนโลยี Digital Twin มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงวิธีการออกแบบ ดำเนินงาน และบริหารจัดการทรัพยากรในอุตสาหกรรมอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้แนวคิดนี้เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรม และความสำเร็จในอนาคต การที่เทคโนโลยี Digital Twin ยังคงพัฒนาต่อไป องค์กรต่าง ๆ ควรยอมรับ Digital Twin ให้เป็นเครื่องมือกลยุทธ์ที่จะช่วยในการสร้างนวัตกรรม และความสำเร็จในอนาคต

Link eBook: eBook Digital Twin

Link PDF: Digital Twin – MTECH [PDF]

2024 trends

2024 Trends in the built environment

2024 Trends in the built environment:  What to anticipate across AI, sustainability, and labor.

แนวโน้มในสภาพแวดล้อมการก่อสร้าง: คาดการณ์ในเรื่องของ AI, ความยั่งยืน และแรงงาน ในปี 2024

เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เครื่องมือ AI ใหม่ ๆ จะช่วยส่งเสริมผลลัพธ์ของการทำงานที่ดี และยั่งยืนมากขึ้นสำหรับลูกค้าในอุตสาหกรรมสถาปัตย์ วิศวกรรม และการก่อสร้าง ซึ่งปัจจุบันการใช้ AI ในการวางแผนและการออกแบบโครงการสร้างสรรค์จะเป็นที่นิยมมากขึ้น เช่น การปรับใช้เทคโนโลยี AI เพื่อการประหยัดพลังงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการอาคาร และช่วยประเมินผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

.

อุตสาหกรรมแรงงานเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงในวิธีการทำงาน เริ่มพัฒนาทักษะใหม่ ๆ และการฝึกอบรมต่าง ๆ เพื่อให้แรงงานสามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีใหม่ได้ รวมไปถึงปัจจุบันเกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมสถาปัตย์ วิศวกรรม และการก่อสร้าง ด้วยเหตุนี้การพัฒนาทักษะให้แรงงานที่มีอยู่นั้นไม่เพียงพอในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน โดยอุตสาหกรรมจำเป็นต้องลงทุนในการฝึกอบรมที่มากขึ้น ทำให้สามารถเข้าสู่การใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

.

ในสภาวะที่มีการเพิ่มตัวเลือกทางเทคโนโลยีที่ยั่งยืนมากขึ้นในอุตสาหกรรมสถาปัตย์ วิศวกรรม และการก่อสร้าง เช่น การใช้วัสดุที่มีการรีไซเคิลมากขึ้น การใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพ และการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ อุตสาหกรรมการก่อสร้างมีแนวโน้มที่จะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืนมากขึ้น มุ่งเน้นในการใช้วัสดุ และกระบวนการที่มีความยั่งยืนเพื่อความปลอดภัยของสิ่งแวดล้อม เริ่มมีการใช้เทคโนโลยีนวัตกรรม ซึ่งเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์อย่างมาก เช่น เทคโนโลยีดิจิตอลทวิน (Digital Twin) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเสมือนจริง เริ่มตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการดำเนินงาน หรือ การนำเทคโนโลยีอากาศสะอาดและพลังงานหมุนเวียนเข้าสู่การบริหารจัดการอาคาร เป็นต้น

.

กล่าวโดยสรุป การก่อสร้างในปี 2024 นั้น เชื่อว่าจะเป็นปีที่สำคัญในการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในอุตสาหกรรม และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความสำเร็จในอนาคตให้กับองค์กรต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมนี้ โดย Autodesk เป็นหนึ่งในผู้นำในการสนับสนุน และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง

วิธีแก้ ปัญหา Autodesk 2024 กด Sign-in ใช้งาน แต่ Web browser ไม่เด้งขึ้นมา

หลังจาก Autodesk 2024 เปิดตัวออกมาได้เปลี่ยนวิธีการ Sign-in เข้าใช้งานโดยผ่าน Web browser ทำให้ลูกค้าหลายคนเริ่มพบปัญหาที่ไม่สามารถ Sign-in ใช้งานได้ เนื่องจาก Web browser ไม่เด้งขึ้นมา

ปัญหานี้เกิดจากความผิดปกติของ Default web browser ที่เรียกใช้งาน Web browser ที่มีปัญหา หรือ ไม่มีการติดตั้งในเครื่อง

วิธีตรวจสอบเบื้องต้น

  1. ตรวจสอบว่า Default web browser ที่ตั้งค่าไว้นั้นใช้งานได้หรือไม่ โดยเปิด Internet Explorer หรือ Microsoft Edge แล้วลองเข้าเว็บไซต์ต่างๆ หากเข้าใช้งานได้แสดงว่า Default web browser ใช้งานได้ปกติ
  2. หาก Default web browser ไม่สามารถใช้งานได้ ให้เปลี่ยนเป็น Web browser อื่น เช่น Google Chrome หรือ Mozilla Firefox
  3. หากเปลี่ยน Default web browser แล้วปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ให้ติดตั้ง Web browser ที่ Autodesk รองรับ เช่น Internet Explorer หรือ Microsoft Edge

วิธีเปลี่ยน Default web browser ใน Windows 10

1. กดปุ่ม Windows + S จากนั้นพิม Default apps

2. ในหน้า Default apps ให้เลื่อนหา Web browser อันใดก็ได้ ดังรูป แล้วคลิ๊กขวา

3.เลื่อนหา HTTPS จากนั้นคลิ๊กไอคอนด้านขวา ดังรูป

4.ที่หน้า Select a default app for’HTTPS’ links ให้เลื่อนเปลี่ยน Web browser

5.กลับมาที่โปรแกรมให้กดปุ่ม Restart sign in อีกครั้ง

ปัญหาที่ยากที่สุด “ปัญหาที่มีความเกี่ยวข้องกับระบบความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์” ในซอฟต์แวร์ Autodesk



ซอฟต์แวร์ Autodesk เป็นซอฟต์แวร์การออกแบบและสร้างแบบจำลอง 3 มิติที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก อย่างไรก็ตาม การใช้งานซอฟต์แวร์ Autodesk อาจเกิดปัญหาได้ ซึ่งปัญหาที่ยากที่สุดประการหนึ่งคือปัญหาที่มีความเกี่ยวข้องกับระบบความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์

ปัญหาเหล่านี้มักเกิดจากการตั้งค่าที่ไม่ถูกต้องหรือมีข้อขัดแย้งกัน ทำให้ยากต่อการวินิจฉัยและแก้ไข

สาเหตุของปัญหา

ปัญหาที่มีความเกี่ยวข้องกับระบบความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ในซอฟต์แวร์ Autodesk อาจเกิดจากสาเหตุหลายประการ เช่น

  • การตั้งค่า Antivirus ที่ปิดกั้นการเข้าถึงไฟล์ของซอฟต์แวร์ Autodesk
  • ระบบคัดกรองอินเทอร์เน็ตของบริษัทที่ปิดกั้นการเข้าถึงไฟล์ของซอฟต์แวร์ Autodesk
  • ปัญหาเกี่ยวกับสิทธิ์ในการเข้าถึงไฟล์ของซอฟต์แวร์ Autodesk

วิธีแก้ไข

หากพบปัญหาที่มีความเกี่ยวข้องกับระบบความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ในซอฟต์แวร์ Autodesk ผู้ใช้สามารถแก้ไขได้ดังนี้

  1. ตรวจสอบการตั้งค่า Antivirus ว่าอนุญาตให้ซอฟต์แวร์ Autodesk สามารถเข้าถึงไฟล์ได้หรือไม่
  2. ตรวจสอบการตั้งค่าระบบคัดกรองอินเทอร์เน็ตของบริษัทว่าอนุญาตให้ซอฟต์แวร์ Autodesk สามารถเข้าถึงไฟล์ได้หรือไม่
  3. ตรวจสอบสิทธิ์ในการเข้าถึงไฟล์ของซอฟต์แวร์ Autodesk ว่าถูกต้องหรือไม่

วิธีแก้ไขเฉพาะสำหรับปัญหา “ปัญหาที่มีความเกี่ยวข้องกับระบบความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์” เกิดจาก Antivirus

หากปัญหาเกิดจาก Antivirus ให้ลองทำดังนี้

  • เพิ่มซอฟต์แวร์ Autodesk ลงในรายการข้อยกเว้นของ Antivirus
  • ปิดใช้งาน Antivirus ชั่วคราวเพื่อทดสอบว่าปัญหาได้รับการแก้ไขหรือไม่

วิธีแก้ไขเฉพาะสำหรับปัญหา “ปัญหาที่มีความเกี่ยวข้องกับระบบความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์” เกิดจากระบบคัดกรองอินเทอร์เน็ตของบริษัท

หากปัญหาเกิดจากระบบคัดกรองอินเทอร์เน็ตของบริษัท ให้ลองทำดังนี้

  • ติดต่อฝ่ายไอทีของบริษัทเพื่อขอความช่วยเหลือในการแก้ไขการตั้งค่าระบบคัดกรองอินเทอร์เน็ต

วิธีแก้ไขเฉพาะสำหรับปัญหา “ปัญหาที่มีความเกี่ยวข้องกับระบบความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์” เกิดจาก Permission

หากปัญหาเกิดจาก Permission ให้ลองทำดังนี้

  • ตรวจสอบว่าผู้ใช้มีสิทธิ์ในการเข้าถึงไฟล์ของซอฟต์แวร์ Autodesk หรือไม่
  • หากไม่มีสิทธิ์ ให้ทำการเพิ่มสิทธิ์ให้กับผู้ใช้

คำแนะนำสำหรับผู้ใช้ซอฟต์แวร์ Autodesk

ผู้ใช้ซอฟต์แวร์ Autodesk ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าการตั้งค่า Antivirus และระบบคัดกรองอินเทอร์เน็ตของบริษัทไม่ขัดแย้งกับการใช้งานซอฟต์แวร์ Autodesk หากพบปัญหาเกี่ยวกับระบบความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ ควรทำการแก้ไขหรือปิดใช้งานการตั้งค่าเหล่านั้น

Autodesk Revit

ปัญหา “Failed to open document” ในซอฟต์แวร์ Autodesk Revit

Autodesk Revit

ซอฟต์แวร์ Autodesk เป็นซอฟต์แวร์การออกแบบและสร้างแบบจำลอง 3 มิติที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก อย่างไรก็ตาม การใช้งานซอฟต์แวร์ Autodesk อาจเกิดปัญหาได้ ซึ่งปัญหาที่ใช้เวลาแก้ไขนานที่สุดประการหนึ่งคือ “Failed to open document”

ปัญหา “Failed to open document” เกิดขึ้นเมื่อซอฟต์แวร์ Autodesk ไม่สามารถเปิดไฟล์เอกสารได้ ปัญหานี้อาจเกิดจากสาเหตุหลายประการ เช่น

  • ไฟล์เอกสารเสียหาย
  • เวอร์ชันของซอฟต์แวร์ไม่ตรงกัน
  • ปัญหาเกี่ยวกับระบบความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์

วิธีแก้ไข

หากพบปัญหา “Failed to open document” ผู้ใช้สามารถแก้ไขได้ดังนี้

  1. ตรวจสอบไฟล์เอกสารว่าเสียหายหรือไม่ หากเสียหายให้ทำการกู้คืนไฟล์
  2. ตรวจสอบเวอร์ชันของซอฟต์แวร์ว่าตรงกันหรือไม่ หากไม่ตรงกันให้ทำการอัปเดตซอฟต์แวร์
  3. ตรวจสอบการตั้งค่าระบบความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ว่าถูกต้องหรือไม่ หากไม่ถูกต้องให้ทำการแก้ไข

วิธีแก้ไขเฉพาะสำหรับปัญหา “Failed to open document” เกิดจากไฟล์เอกสารเสียหาย

หากปัญหา “Failed to open document” เกิดจากไฟล์เอกสารเสียหาย ผู้ใช้สามารถแก้ไขได้ดังนี้

  1. พยายามเปิดไฟล์เอกสารด้วยโปรแกรมอื่น เช่น Autodesk Viewer หรือ Autodesk Viewer Plus
  2. หากไม่สามารถเปิดไฟล์เอกสารด้วยโปรแกรมอื่นได้ ให้ทำการกู้คืนไฟล์จากสำเนาสำรอง

วิธีแก้ไขเฉพาะสำหรับปัญหา “Failed to open document” เกิดจากเวอร์ชันของซอฟต์แวร์ไม่ตรงกัน

หากปัญหา “Failed to open document” เกิดจากเวอร์ชันของซอฟต์แวร์ไม่ตรงกัน ผู้ใช้สามารถแก้ไขได้ดังนี้

  1. อัปเดตซอฟต์แวร์ Autodesk เป็นเวอร์ชันล่าสุด
  2. หากไม่สามารถอัปเดตซอฟต์แวร์ได้ ให้ลองเปิดไฟล์เอกสารด้วยเวอร์ชันของซอฟต์แวร์ที่เก่ากว่า

วิธีแก้ไขเฉพาะสำหรับปัญหา “Failed to open document” เกิดจากปัญหาเกี่ยวกับระบบความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์

หากปัญหา “Failed to open document” เกิดจากปัญหาเกี่ยวกับระบบความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ ผู้ใช้สามารถแก้ไขได้ดังนี้

  1. ตรวจสอบการตั้งค่า Antivirus ว่าอนุญาตให้ซอฟต์แวร์ Autodesk สามารถเข้าถึงไฟล์ได้หรือไม่
  2. ตรวจสอบการตั้งค่าระบบคัดกรองอินเทอร์เน็ตของบริษัทว่าอนุญาตให้ซอฟต์แวร์ Autodesk สามารถเข้าถึงไฟล์ได้หรือไม่
  3. ตรวจสอบสิทธิ์ในการเข้าถึงไฟล์ของซอฟต์แวร์ Autodesk ว่าถูกต้องหรือไม่

คำแนะนำสำหรับผู้ใช้ซอฟต์แวร์ Autodesk

ผู้ใช้ซอฟต์แวร์ Autodesk ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าไฟล์เอกสารที่ใช้งานอยู่นั้นไม่มีความเสียหาย และเวอร์ชันของซอฟต์แวร์ตรงกัน หากพบปัญหาเกี่ยวกับระบบความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ ควรทำการแก้ไขหรือปิดใช้งานการตั้งค่าเหล่านั้น

Source : “This operation could not be completed. Please try again” when opening a cloud model in Revit (autodesk.com)

ปัญหา “License checkout timed out” ในซอฟต์แวร์ Autodesk

ซอฟต์แวร์ Autodesk เป็นซอฟต์แวร์การออกแบบและสร้างแบบจำลอง 3 มิติที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก อย่างไรก็ตาม การใช้งานซอฟต์แวร์ Autodesk อาจเกิดปัญหาได้ ซึ่งปัญหาที่พบบ่อยที่สุดประการหนึ่งคือ “License checkout timed out”

ปัญหา “License checkout timed out” เกิดขึ้นเมื่อซอฟต์แวร์ Autodesk ไม่สามารถตรวจสอบสิทธิ์การใช้งานกับ Autodesk Licensing Service ได้ทันเวลา ส่งผลให้ซอฟต์แวร์ไม่สามารถเปิดใช้งานได้ ปัญหานี้อาจเกิดจากสาเหตุหลายประการ เช่น

  • ปัญหาเกี่ยวกับ Autodesk Desktop Licensing Service
  • ปัญหาเกี่ยวกับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
  • ปัญหาเกี่ยวกับการตั้งค่าคอมพิวเตอร์

วิธีแก้ไข

หากพบปัญหา “License checkout timed out” ผู้ใช้สามารถแก้ไขได้ดังนี้

  1. ตรวจสอบว่า Autodesk Desktop Licensing Service ทำงานอย่างถูกต้องหรือไม่ โดยเปิด Task Manager และค้นหากระบวนการ Autodesk Desktop Licensing Service หากกระบวนการนี้หยุดทำงาน ให้รีสตาร์ทกระบวนการ
  2. ตรวจสอบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หากการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไม่เสถียร อาจทำให้ Autodesk Desktop Licensing Service ไม่สามารถตรวจสอบสิทธิ์การใช้งานได้ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมีความเร็วเพียงพอและมีความเสถียร
  3. ตรวจสอบการตั้งค่าคอมพิวเตอร์ หากมีการตั้งค่าใดๆ ที่อาจขัดแย้งกับ Autodesk Desktop Licensing Service ให้ทำการแก้ไขหรือปิดใช้งานการตั้งค่าเหล่านั้น

วิธีแก้ไขเฉพาะสำหรับปัญหา “License checkout timed out” เกิดจาก Autodesk Desktop Licensing Service

หากปัญหา “License checkout timed out” เกิดจาก Autodesk Desktop Licensing Service ผู้ใช้สามารถแก้ไขได้ดังนี้

  1. ดาวน์โหลดและติดตั้งตัวอัปเดตของ Autodesk Desktop Licensing Service จากลิงก์นี้: https://www.autodesk.com/support/technical/article/caas/tsarticles/ts/f5IhBc15i0kOwzBb8lcEN.html
  2. หลังจากติดตั้งตัวอัปเดตแล้ว ให้รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์

คำแนะนำสำหรับผู้ใช้ซอฟต์แวร์ Autodesk

ผู้ใช้ซอฟต์แวร์ Autodesk ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า Autodesk Desktop Licensing Service ทำงานอย่างถูกต้องอยู่เสมอ หากพบปัญหาเกี่ยวกับ Autodesk Desktop Licensing Service ผู้ใช้สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเองตามคำแนะนำข้างต้น หากไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ แนะนำให้ติดต่อฝ่ายสนับสนุนของ Autodesk เพื่อขอความช่วยเหลือ

Sketch up

การ Render file SketchUp ใน 3ds Max

การ Render คือกระบวนการสร้างภาพจากโมเดล 3 มิติ โดยโปรแกรม 3ds Max เป็นโปรแกรมที่มีประสิทธิภาพสูงในการ Render ภาพ หลายท่านจึงนิยมใช้ 3ds Max เพื่อ Render ภาพจากโมเดล SketchUp แทนการ Render โดยตรงจาก SketchUp


ขั้นตอนในการ Render file Sketchup ใน 3ds Max

  • เปิดโปรแกรม 3ds Max
  • เลือก File > Import > File
  • เลือกไฟล์ SketchUp ที่ต้องการนำเข้า
  • คลิก Open
  • ตรวจสอบโมเดล SketchUp ว่าถูกต้องหรือไม่ หากมีปัญหาให้แก้ไขใน SketchUp ก่อน
  • ตั้งค่าการ Render ตามต้องการ
  • คลิก Render

การตั้งค่าการ Render

การตั้งค่าการ Render มีผลต่อคุณภาพของการ Render ผู้ใช้จึงควรตั้งค่าให้เหมาะสมกับความต้องการ โดยการตั้งค่าที่สำคัญมีดังนี้

  • Render Engine: เลือก Render Engine ที่ต้องการใช้ เช่น V-Ray, Corona, MentalRay เป็นต้น
  • Output: เลือกรูปแบบของไฟล์ภาพที่ต้องการ Render เช่น PNG, JPEG, TIFF เป็นต้น
  • Resolution: เลือกความละเอียดของภาพ Render
  • Sampling: เลือกระดับความละเอียดในการ Render
  • Lighting: ตั้งค่าแสงสว่าง
  • Materials: ตั้งค่าวัสดุ
  • Post-Processing: ตั้งค่าการประมวลผลภาพหลัง Render

ข้อดีของการ Render file SketchUp ใน 3ds Max

  • 3ds Max มีเครื่องมือและฟังก์ชันที่หลากหลายในการ Render ภาพ ทำให้สามารถสร้างภาพ Render ที่มีความสมจริงสูงได้
  • 3ds Max รองรับการนำเข้าไฟล์ SketchUp ได้โดยตรง ทำให้ผู้ใช้สามารถประหยัดเวลาในการย้ายไฟล์ระหว่างโปรแกรม

ข้อเสียของการ Render file SketchUp ใน 3ds Max

  • 3ds Max เป็นโปรแกรมที่ใช้งานยากกว่า SketchUp ผู้ใช้จึงต้องใช้เวลาเรียนรู้การใช้งาน
  • 3ds Max ต้องใช้คอมพิวเตอร์ที่มีสเปคสูงในการ Render ภาพ ทำให้ต้องใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์มากกว่าการ Render ภาพโดยตรงจาก SketchUp

สรุป

การ Render file SketchUp ใน 3ds Max เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการสร้างภาพ Render ที่มีความสมจริงสูง หลายท่านจึงนิยมใช้วิธีนี้กันมาก อย่างไรก็ตามผู้ใช้ควรศึกษาการใช้งาน 3ds Max ให้ดีก่อนใช้งาน เพื่อให้สามารถตั้งค่าการ Render ได้เหมาะสมกับความต้องการของตน

คีย์ลัด Photoshop

แจกเพิ่ม!! คีย์ลัด Photoshop กดคล่อง ใช้งานง่าย save ไว้เลยได้ใช้แน่!!

สำหรับท่านใดที่ใช้งาน Photoshop เป็นประจำ หรือท่านที่ใช้งานใหม่ ยังใช้งานไม่คล่อง กดเซฟไว้ได้เลย MTECH แจกฟรีคีย์ลัดการทำงาน ประหยัดเวลาตัดต่อ งานเร่ง งานรีบ ไม่ต้องห่วง ทันเวลาแน่นอน

หากท่านใดมีข้อสงสัยหรือติดปัญหาในด้านใด สามารถติดต่อได้ที่ช่องทางดังต่อไปนี้

ยินดีให้คำปรึกษาและบริการ

โทร: 02-652-8883

อีเมล: marketing@mtechthailand.com

Line: 502cqfqj

Facebook Fanpage: MTECH Thailand

หรือ Inbox เข้ามาทางช่องแชทเว็บไซต์ได้เลย~