Autodesk ประกาศยุติการเข้าถึง Revit Cloud Models ใน Revit เวอร์ชันเก่า เริ่ม 17 พ.ย. 2026

AUTODESK REVIT CLOUD MODELS

Q&A ทำไม Autodesk ถึงยกเลิกการเข้าถึง
Revit Cloud Models สำหรับ Revit เวอร์ชันเก่า?

MTECH รวบรวมคำถามและคำตอบที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ใช้งาน Revit เพื่อช่วยให้เข้าใจการเปลี่ยนแปลงและเตรียมตัวก่อนถึงกำหนดการเปลี่ยนแปลง

หมายเหตุ: ตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2026 Revit เวอร์ชันที่เก่ากว่าเกณฑ์ที่ Autodesk กำหนด จะไม่สามารถสร้างหรือเปิด Revit Cloud Models ได้

Q:

ทำไม Autodesk ถึงต้องยกเลิก Revit Cloud Models ใน Revit เวอร์ชันเก่า?

A: เพราะ Autodesk กำลังปรับปรุงระบบ Cloud Infrastructure ให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และรองรับการพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น

ทาง Autodesk ให้เหตุผลหลักไว้ 3 ด้าน ดังนี้

01. Legacy Infrastructure Limitations

Revit เวอร์ชันเก่าพึ่งพาเทคโนโลยีและระบบ Infrastructure รุ่นเก่า ซึ่งไม่สามารถรองรับเทคโนโลยี Cloud Platform รุ่นใหม่ได้อย่างเหมาะสม และอาจเพิ่มความเสี่ยงด้าน Security

02. Operational Efficiency

การลดจำนวน Revit Version ที่ต้องรองรับบน Cloud ช่วยให้ Autodesk สามารถบริหารจัดการระบบได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่

03. Customer Experience

การมุ่งเน้นไปที่ Revit เวอร์ชันใหม่ ช่วยให้ผู้ใช้งานได้รับ Feature ใหม่ ๆ การทำงานที่มีประสิทธิภาพขึ้น และประสบการณ์การทำงานบน Cloud ที่ดีกว่าเดิม

Q:

เริ่มมีผลเมื่อไหร่?

A: 17 พฤศจิกายน 2026

หลังจากวันดังกล่าว Revit เวอร์ชันที่เก่ากว่าเกณฑ์ที่กำหนด จะไม่สามารถสร้างหรือเปิด Revit Cloud Models ได้

สำหรับ Revit 2027 ที่เป็นเวอร์ชันปัจจุบัน
Revit 2022 ขึ้นไป ยังรองรับ Revit Cloud Models
Revit 2021 และเก่ากว่า จะไม่สามารถเข้าถึง Cloud Models ได้
Q:

ต้อง Upgrade ทุก Cloud Model หรือไม่?

A: ไม่จำเป็น

Autodesk แนะนำให้ Upgrade เฉพาะ Active Cloud Models ที่ยังต้องใช้ Cloud Collaboration เท่านั้น

Q:

ถ้ายังไม่ Upgrade จะทำอย่างไร?

A: สามารถ Download Cloud Model ลงมาเก็บไว้ในเครื่อง เพื่อทำงานบน Desktop ได้

อย่างไรก็ตาม จะไม่สามารถใช้ Cloud Collaboration ผ่าน Revit เวอร์ชันที่ไม่รองรับแล้ว

ทางเลือกสำหรับผู้ที่ยังไม่ Upgrade
  • Download Cloud Model ลงมาเก็บไว้ในเครื่อง
  • ทำงานผ่าน Revit Desktop
  • ทำงานแบบ Local โดยไม่มี Cloud Collaboration
SUMMARY

สิ่งที่องค์กรควรเตรียมตัว

หากองค์กรของคุณมี Project ที่ทำงานบน Revit Cloud Models อยู่ ควรเริ่มตรวจสอบ Revit Version ที่ใช้งาน และวางแผน Upgrade ล่วงหน้าก่อน 17 พฤศจิกายน 2026

โดยเฉพาะ Active Cloud Models ที่ยังจำเป็นต้องใช้ Cloud Collaboration

MTECH SUPPORT

เตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงของ Revit Cloud Models

ให้ MTECH ช่วยคุณตรวจสอบ Revit Version ที่ใช้งาน พร้อมวางแผนการ Upgrade สำหรับ Active Cloud Models เพื่อให้การทำงานบน Cloud Collaboration ดำเนินต่อได้อย่างราบรื่น

ติดต่อ MTECH

แหล่งข้อมูล: Autodesk Support

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมจาก Autodesk

ได้รับจดหมายแจ้งเตือนลิขสิทธิ์ SketchUp ควรทำอย่างไร?

ได้รับจดหมายแจ้งเตือน SketchUp License Compliance ต้องทำอย่างไร?

ทำความเข้าใจเรื่อง License Compliance พร้อมแนวทางตรวจสอบและจัดการ SketchUp License สำหรับองค์กร

หากองค์กรของคุณมีการใช้งาน SketchUp ในการออกแบบโครงการต่าง ๆ อาจมีโอกาสได้รับการติดต่อเกี่ยวกับ SketchUp License Compliance หรือการตรวจสอบสิทธิ์การใช้งานซอฟต์แวร์

การได้รับจดหมายหรืออีเมลลักษณะนี้อาจทำให้หลายองค์กรเกิดข้อสงสัยว่า “ต้องทำอย่างไร?” “บริษัทใช้งาน License ถูกต้องหรือไม่?” หรือ “จำเป็นต้องซื้อ License เพิ่มทันทีหรือไม่?”

💡 สิ่งสำคัญ: การได้รับจดหมายแจ้งเตือนไม่ควรทำให้องค์กรตื่นตระหนก แต่ก็ไม่ควรเพิกเฉย ควรตรวจสอบข้อมูล License และการใช้งานจริงภายในองค์กรก่อนดำเนินการต่อ

🔍 SketchUp License Compliance คืออะไร?

License Compliance หรือที่ได้ยินกันบ่อยว่า LC คือกระบวนการตรวจสอบว่าการใช้งานซอฟต์แวร์ขององค์กร เป็นไปตามเงื่อนไขและสิทธิ์ที่ได้รับอนุญาตหรือไม่

สำหรับองค์กรที่มีการใช้งาน SketchUp หลายเครื่องหรือมีผู้ใช้งานหลายคน สิ่งที่ควรตรวจสอบไม่ได้มีเพียงว่า “มี License หรือไม่” แต่ควรพิจารณาด้วยว่า License ที่มีอยู่สอดคล้องกับการใช้งานจริงหรือไม่

  • มี License อยู่จำนวนเท่าไร
  • License ที่ใช้งานเหมาะสมกับลักษณะงานหรือไม่
  • ใครเป็นผู้ใช้งาน
  • มีการติดตั้งและใช้งานบนอุปกรณ์ใดบ้าง
  • จำนวนผู้ใช้งานสอดคล้องกับสิทธิ์ที่ได้รับหรือไม่
  • มีอดีตพนักงานหรือผู้ใช้งานที่ไม่ได้อยู่กับบริษัทแล้วหรือไม่
  • มีการใช้งาน Software ไม่ตรงตามเงื่อนไขหรือไม่

💻 SketchUp มี License ประเภทไหนบ้าง?

SketchUp มี Subscription หลายรูปแบบ ซึ่งออกแบบมาให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนั้นการเลือก License ไม่ควรพิจารณาเฉพาะจำนวนผู้ใช้งานหรือราคาเท่านั้น แต่ควรพิจารณาด้วยว่า ผู้ใช้งานนำ SketchUp ไปใช้ทำอะไร และต้องการฟังก์ชันใดในการทำงาน

สำหรับองค์กรและผู้ใช้งานทั่วไป สามารถพบ License หลัก ๆ เช่น SketchUp Go, SketchUp Pro และ SketchUp Studio ขณะที่ผู้เรียนและสถาบันการศึกษาจะมีตัวเลือกด้าน SketchUp for Education ซึ่งมีเงื่อนไขการใช้งานแตกต่างจาก License เชิงพาณิชย์

GO

SketchUp Go

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างและแก้ไขโมเดลผ่าน SketchUp for Web และ SketchUp for iPad โดยเน้นการทำงานที่ยืดหยุ่น สามารถทำงานจากที่บ้าน หน้างาน หรือระหว่างเดินทาง

เหมาะกับ:

  • ผู้เริ่มต้นใช้งาน SketchUp
  • ผู้ที่ทำงานบน Web หรือ iPad เป็นหลัก
  • ผู้ที่ต้องการสร้างและแก้ไขโมเดลโดยไม่จำเป็นต้องใช้ Desktop

ข้อควรระวัง: หากลักษณะงานต้องใช้ SketchUp for Desktop, LayOut, Extension Warehouse หรือความสามารถด้านการนำเข้าและส่งออกไฟล์ในระดับ Professional ควรพิจารณา SketchUp Pro แทน

PROFESSIONAL

SketchUp Pro

เหมาะสำหรับการใช้งานระดับมืออาชีพ โดยมี SketchUp for Desktop, LayOut, SketchUp for Web และ SketchUp for iPad รวมถึงความสามารถด้านการนำเข้าและส่งออกไฟล์ในระดับ Professional

เหมาะกับ:

  • สถาปนิกและนักออกแบบ
  • วิศวกรและผู้ทำงานด้าน AEC
  • Interior Designer
  • ผู้รับเหมาและผู้ทำงานด้าน Construction
  • องค์กรที่ต้องใช้ SketchUp Desktop และ LayOut

เหมาะสำหรับงาน: การออกแบบ 3D, การจัดทำแบบ 2D ด้วย LayOut, การทำงานกับไฟล์ CAD และการใช้ Extension ในกระบวนการทำงาน

ADVANCED

SketchUp Studio

เป็นตัวเลือกสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการความสามารถเพิ่มเติมจาก SketchUp Pro โดยรวมฟังก์ชันสำหรับงาน Visualization, Point Cloud และการทำงานร่วมกับ Revit

สิ่งที่เพิ่มเติมจาก Pro ได้แก่:

  • V-Ray for SketchUp สำหรับการสร้างภาพและการเรนเดอร์แบบสมจริง
  • Scan Essentials สำหรับการทำงานกับ Point Cloud
  • Revit Importer สำหรับนำเข้าโมเดล Revit
  • Trimble Site Contractor สำหรับ Workflow ที่เกี่ยวข้องกับงาน Site

เหมาะกับ: องค์กรหรือผู้เชี่ยวชาญที่ต้องการทำงานด้าน Rendering, Visualization, Scan-to-Model, BIM Coordination หรือ Workflow ที่ต้องทำงานร่วมกับ Revit

EDUCATION

SketchUp Education

SketchUp มีผลิตภัณฑ์สำหรับภาคการศึกษา เช่น SketchUp for Schools สำหรับระดับ Primary และ Secondary และ SketchUp for Higher Education สำหรับนักศึกษา อาจารย์ และสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา

เหมาะกับ:

  • นักเรียนและนักศึกษา
  • อาจารย์และผู้สอน
  • สถาบันการศึกษา
  • ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ของสถานศึกษา

ข้อควรระวัง: License สำหรับการศึกษาไม่ควรนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์เชิงพาณิชย์ ดังนั้นนักศึกษา อาจารย์ หรือสถาบันการศึกษาที่นำ SketchUp ไปใช้กับงานของบริษัท หรืองานที่มีวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ ควรตรวจสอบสิทธิ์การใช้งานให้ถูกต้อง

⚠️ ระวังการเลือก License ผิดประเภท

หนึ่งในประเด็นที่องค์กรควรให้ความสำคัญคือ การเลือก License ให้ตรงกับวัตถุประสงค์ในการใช้งาน โดยเฉพาะ License ด้านการศึกษา ซึ่งมีเงื่อนไขแตกต่างจากการใช้งานเชิงพาณิชย์ การมีสิทธิ์ใช้งาน SketchUp ไม่ได้หมายความว่าสามารถนำ License ประเภทใดก็ได้ มาใช้กับทุกลักษณะงาน

📊 เลือก SketchUp License ให้เหมาะกับการใช้งาน

Licenseเหมาะกับใคร?จุดเด่นข้อควรระวัง
SketchUp Go ผู้ใช้งานทั่วไป / ผู้เริ่มต้น / ผู้ที่ทำงานผ่าน Web และ iPad Web + iPad, Cloud Storage, 3D Warehouse ไม่มี SketchUp Desktop และ LayOut
SketchUp Pro สถาปนิก นักออกแบบ วิศวกร ผู้รับเหมา และ Professional Desktop + Web + iPad + LayOut + Professional Import/Export หากต้องการ V-Ray, Scan Essentials หรือ Revit Importer ควรพิจารณา Studio
SketchUp Studio Professional ที่ต้องการงาน Rendering, Scan และ Revit Workflow Pro + V-Ray + Scan Essentials + Revit Importer ฟังก์ชันขั้นสูงอาจไม่จำเป็นสำหรับผู้ใช้ทั่วไป
SketchUp Education นักเรียน นักศึกษา อาจารย์ และสถาบันการศึกษา มีตัวเลือกสำหรับ K-12 และ Higher Education ไม่ควรนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์เชิงพาณิชย์

📩 ทำไมบริษัทจึงได้รับจดหมายแจ้งเตือน?

การได้รับจดหมายหรืออีเมลเกี่ยวกับ License Compliance ไม่ได้หมายความว่าองค์กรตั้งใจละเมิดลิขสิทธิ์เสมอไป แต่อาจเกิดจากการบริหารจัดการ License ภายในองค์กรที่ไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง

1. จำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น

บริษัทมีพนักงานหรือผู้ใช้งาน SketchUp เพิ่มขึ้น แต่จำนวน License ไม่ได้เพิ่มตาม

2. การติดตั้งภายในองค์กร

มีการติดตั้ง Software เพิ่มเติมโดยไม่ได้อยู่ในระบบบริหารจัดการของฝ่าย IT

3. ข้อมูล License ไม่เป็นปัจจุบัน

องค์กรมีการซื้อ License หลายช่วงเวลา ทำให้ข้อมูลผู้ใช้งานและสิทธิ์การใช้งานไม่เป็นปัจจุบัน

4. รูปแบบการใช้งานเปลี่ยนแปลง

รูปแบบการทำงานหรือจำนวนผู้ใช้งานเปลี่ยนไป ทำให้ License เดิมอาจไม่สอดคล้องกับการใช้งานในปัจจุบัน

🇹🇭 Software License Compliance ในประเทศไทย

ปัจจุบันในประเทศไทย มีสำนักงานกฎหมายและหน่วยงานที่ให้บริการด้าน Software License Compliance หลายแห่ง โดยมีบทบาทในการให้คำแนะนำ ตรวจสอบ หรือดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับ การบริหารจัดการสิทธิ์การใช้งานซอฟต์แวร์

ดังนั้น หากองค์กรได้รับการติดต่อเกี่ยวกับ License Compliance สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบรายละเอียดของเอกสาร ผู้ติดต่อ และข้อมูลที่ร้องขอให้ชัดเจน ก่อนดำเนินการหรือส่งข้อมูลใด ๆ

💡 คำแนะนำสำหรับองค์กร
ควรตรวจสอบสถานะ License และการใช้งานจริงภายในองค์กร เพื่อให้ทราบว่า License ที่มีอยู่ตรงกับจำนวนผู้ใช้งาน ประเภทงาน และวัตถุประสงค์ในการใช้งานหรือไม่

📝 ได้รับจดหมายแจ้งเตือนแล้ว ควรทำอย่างไร?

1

ตรวจสอบเอกสาร

ตรวจสอบชื่อบริษัท ผู้ติดต่อ อีเมล รายละเอียดหนังสือ และข้อมูลที่ระบุในเอกสารให้ครบถ้วน

2

ตรวจสอบ License ภายในองค์กร

รวบรวมข้อมูล License ที่บริษัทมีอยู่ทั้งหมด รวมถึงประเภท License และผู้ใช้งาน

3

ตรวจสอบการใช้งานจริง

ตรวจสอบจำนวนเครื่อง จำนวนผู้ใช้งาน และรูปแบบการใช้งาน ว่าสอดคล้องกับ License ที่องค์กรมีหรือไม่

4

ขอคำแนะนำก่อนดำเนินการ

หากไม่แน่ใจว่าควรตอบกลับหรือดำเนินการอย่างไร ควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้าน Software License Management

❓ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ SketchUp License

Q: ถ้าบริษัทมี SketchUp License อยู่แล้ว แปลว่าใช้งานถูกต้องหรือไม่?

A: ไม่เสมอไป เพราะต้องพิจารณาด้วยว่า License ที่มี สอดคล้องกับจำนวนผู้ใช้งาน ประเภทงาน และรูปแบบการใช้งานจริงหรือไม่

Q: ถ้าได้รับจดหมายแจ้งเตือน ต้องซื้อ License เพิ่มทันทีหรือไม่?

A: ควรตรวจสอบข้อมูล License และการใช้งานจริงก่อน เพื่อให้ทราบสถานะขององค์กรและแนวทางที่เหมาะสม

Q: หากพบว่ามีการใช้งานมากกว่าจำนวน License ที่มี ควรทำอย่างไร?

A: ควรตรวจสอบรายละเอียดของ License และรูปแบบการใช้งาน พร้อมขอคำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม

Q: สามารถนำ SketchUp Education มาใช้กับงานบริษัทได้หรือไม่?

A: ไม่ควรนำ License สำหรับการศึกษามาใช้แทน License เชิงพาณิชย์ เนื่องจาก Education License มีเงื่อนไขการใช้งานเฉพาะ และไม่สามารถใช้เพื่อวัตถุประสงค์เชิงพาณิชย์ได้

Q: จะรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรควรใช้ SketchUp Go, Pro หรือ Studio?

A: ควรพิจารณาจากลักษณะงานและฟังก์ชันที่ต้องใช้ เช่น หากต้องทำงานบน Desktop และ LayOut ควรพิจารณา Pro หากต้องการ V-Ray, Scan Essentials หรือ Revit Importer ควรพิจารณา Studio ส่วน Go เหมาะกับผู้ที่ทำงานผ่าน Web และ iPad เป็นหลัก

📌 ไม่แน่ใจว่า SketchUp License ขององค์กรเหมาะสมหรือไม่?

MTECH พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับ SketchUp License และการบริหารจัดการ Software License สำหรับองค์กร เพื่อช่วยให้องค์กรเลือกใช้งาน License ได้อย่างเหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน

💬 ติดต่อ MTECH ผ่าน LINE ✉️ ติดต่อผ่าน Email

Workshop Highlights | The 30-Days Construction Crisis Simulation จำลองวิกฤติโครงการก่อสร้างใน 30 วัน ด้วย Autodesk AEC Workflow

ภาพบรรยากาศจากงาน Workshop พิเศษ The 30-Day Construction Crisis Simulation จำลองวิกฤติโครงการก่อสร้างใน 30 วัน ด้วย Autodesk AEC Workflow จัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 17 กรกรฎาคม ที่ผ่านมา ณ True Digital Park


โดย workshop ในงาน จะเป็นการจำลองสถานการณ์ที่ให้ทุกท่าน ได้เข้าไปอยู่ในสถานการณ์จำลองของโครงการก่อสร้างที่ต้องเผชิญกับความท้าทายตลอด 30 วัน หลายเหตุการณ์อาจจะคุ้นเคยกับสิ่งที่ทุกท่านเคยเจอมาแล้ว บางเหตุการณ์อาจจะยังไม่เคยเจอซึ่ง workshop นี้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้มีส่วนในการตัดสินใจกับสถานการณ์ต่างๆ และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะแก้ไขด้วย AEC Workflow ได้อย่างไร

ทีม MTECH ขอขอบพระคุณผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน โดยเฉพาะทีม Synnex ที่ร่วมจัดกิจกรรม workshop ที่เป็นประโยชน์ และได้แชร์ความรู้เกี่ยวกับ AEC Workflow

ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมทุกท่าน ที่ให้ความร่วมมือภายในงาน และการแชร์ประสบการณ์การทำงานเป็นอย่างดี

ทีม MTECH จะมีกิจกรรมดีๆเพื่อมอบความรู้ และเป็นประโยชน์แก่ทุกท่านอีกแน่นอนค่ะ

ฝากติดตามกิจกรรมในครั้งหน้าผ่านหน้าเพจ หรือเว็บไซต์ได้ค่ะ

หวังว่าจะได้พบกับทุกท่านในโอกาสถัดไป

What_s-new-AutoCAD-2027

What’s new in AutoCAD 2027

AutoCAD 2027 ฟีเจอร์อัพเกรดชุดใหญ่ ทำให้งานเขียนแบบเดิมๆ ดูง่ายขึ้นทันที

✨ ฟีเจอร์เด่นๆที่ช่วให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

1️⃣ ระบบ Smart Blocks จะช่วยหาและวางบล็อกในตำแหน่งที่ควรจะเป็นให้อัตโนมัติ แถมยังช่วยตรวจจับวัตถุในแบบมาแปลงเป็นบล็อกให้เราได้ในพริบตาเดียว ช่วยลดขั้นตอนที่ต้องทำซ้ำๆ

2️⃣ แก้เส้นยุ่งๆ ให้เป๊ะในคลิกเดียว ด้วยฟีเจอร์ Geometry Cleanup ระบบจะช่วยหาจุดที่เส้นทับซ้อนหรือผิดพลาด แล้วแก้ไขให้ไฟล์ DWG ของเราสะอาดและมีคุณภาพขึ้นทันที

3️⃣ มีผู้ช่วยส่วนตัวถาม-ตอบได้ อย่าง Autodesk Assistant ตัวนี้เราสามารถพิมพ์ถามข้อสงสัย หรือให้ช่วยเช็กมาตรฐานแบบร่าง (CAD Standards) ของทีมได้เลย ช่วยให้งานออกแบบออกมาเป๊ะและเป็นมืออาชีพสุดๆ

4️⃣ ทีมสามารถทำงานพร้อมกันได้ ไม่ต้องกลัวไฟล์รวน ด้วยระบบ Forma Data Management ระบบใหม่จาก Autodesk ที่ทำให้เราสามารถเลือกดึงเฉพาะส่วนที่ต้องการแก้ไขมาทำ แล้วค่อยอัพเดตกลับไป โดยไม่ไปรบกวนส่วนที่เพื่อนร่วมทีมกำลังทำอยู่

📈 ทำไมต้องใช้ AutoCAD เวอร์ชัน 2027?

• ประหยัด “ต้นทุนเวลา” ทำให้ผู้ใช้งานทำงานไวขึ้น เนื่องจากมีเครื่องมือเฉพาะทางหลากหลาย (Toolsets) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้สูงถึง 63%

• เปิดงานได้ทุกที่ ไม่ว่าจะอยู่หน้าคอม หรือออกหน้างาน ก็ดูและแก้ไขแบบผ่านเว็บหรือมือถือได้ทันที

• ซอฟต์แวร์มาตรฐานสากล ซึ่งใช้ไฟล์ DWG ส่งต่อไฟล์ได้ง่าย ข้อมูลไม่เพี้ยน

• มีระบบ Cloud มาตรฐาน ด้วยระบบ Forma Data Management ช่วยเก็บงานบนคลาวด์ได้ฟรีและปลอดภัย

สำหรับท่านไหนที่สนใจ ลองโหลดตัว Trial มาลองเล่นกันก่อนได้นะคะ 💻✨

👉 AutoCAD: https://www.autodesk.com/asean/products/autocad/overview

👉 AutoCAD LT: https://www.autodesk.com/products/autocad-lt/free-trial

#AutoCAD2027#AutodeskAI#เขียนแบบ2D#เขียนแบบ3D#MTECH#CADSoftware#สถาปนิก#วิศวกรรม

อัพเดตใหญ่จาก Autodesk การเปลี่ยนชื่อผลิตภัณฑ์ของ Autodesk Construction Cloud (ACC) เป็น Forma

📌อัพเดตใหญ่จาก Autodesk

Autodesk Construction Cloud (ACC) จะถูกรวมเข้ากับ Forma Industry Cloud และรีแบรนด์ใหม่เป็น “Forma”

มีการเปลี่ยนแปลงชื่อผลิตภัณฑ์ ดังนี้

1. Autodesk Docs > Forma Data Management

2. BIM Collaborate Pro > Forma Design Collaboration

3. Autodesk Build > Forma Build

4. Autodesk Takeoff > Forma Takeoff

5. Autodesk Estimate > Forma Estimate

💡 แล้วการใช้งานยังเหมือนเดิมอยู่ไหม?

✔️ ยังใช้งานเหมือนเดิม ฟีเจอร์เดิม ไม่เปลี่ยนแปลง

✔️ โปรเจกต์และข้อมูลยังอยู่ครบ ไม่มีผลกระทบกับ user

✔️ แค่เปลี่ยนชื่อใหม่เท่านั้น

การเปลี่ยนแปลงนี้อาจจะทำให้ลูกค้าสับสนได้ หากไม่แน่ใจให้ทักสอบถามทาง MTECH ได้เลย

————————————————————————————————

ยินดีให้คำแนะนำและคำปรึกษา

☎️ 02-652-8883

📧 marketing@mtechthailand.com

🌐 www.mtechthailand.com

❇️ Line: @mtechthailand

ⓕ MTECH Thailand

SketchUp Pro โปรโมชั่นซื้อคู่ลด 15%

SketchUp ซื้อคู่ถูกกว่า ลดสูงสุด 15%

โปรโมชั่นสำหรับลูกค้า SketchUp Pro และ SketchUp Studio ลดราคาแบบแพคคู่สุดคุ้ม

เงื่อนไข:

  1. SketchUp Pro และ SketchUp Studio ซื้อ 1 license ลด 10% หากซื้อ 2 license ลด 15%
  2. New License เท่านั้น
  3. ไม่รวม LC
  4. ตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม 2569

*ราคาที่ขึ้นบนหน้าเว็บยังไม่รวม vat

*เงื่อนไขต่างๆเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

สาธิตการใช้งาน BIM Collaborate Pro & Autodesk Tandem – McTric Public Co., Ltd.

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา MTECH Thailand ได้เข้าไปช่วยทางทีม Mctric Public Co., Ltd. ในการ Set Up ระบบ BIM Collaborate Pro และแนะนำการใช้งานเพื่อให้สามารถเริ่มต้นใช้งานได้อย่างถูกต้อง

รวมถึงแนะนำแนวทางการใช้งาน Autodesk Tandem ใน BIM Collaborate Pro เพื่อให้ลูกค้าสามารถนำใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

New Acrobat Studio อธิบายฟีเจอร์

เปิดตัว Acrobat Studio ตัวใหม่ ที่สะดวก รวดเร็ว และตอบโจทย์การทำงานเอกสารในยุคเจน Z

Acrobat Studio คืออะไร ? ต่างจาก Acrobat Pro อย่างไร ?

Acrobat Studio เป็นแพลตฟอร์มใหม่จาก Adobe ที่ช่วยให้ผู้ใช้งาน ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้เทคโนโลยี AI เป็นตัวช่วยหลัก

ฟีเจอร์หลักๆของ Acrobat Studio

  • สามารถใช้งานได้บนเดสก์ท็อป เว็บ และมือถือ 
  • รวมฟังก์ชันมาตรฐานของ Acrobat ไว้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไข PDF, e-sign, เปรียบเทียบเอกสาร, ปกป้องไฟล์ และมีความสามารถของ AI ที่ช่วยสรุปและวิเคราะห์เนื้อหา แม้เป็นเอกสารที่ค่อนข้างซับซ้อน
  • แก้ไขข้อความและรูปภาพ รวมถึงส่งออก ปกป้อง และจัดการเอกสาร
  • สร้างเว็บฟอร์ม ปกปิดข้อมูล เปรียบเทียบเอกสาร และเข้าถึงฟีเจอร์มากกว่า 70 รายการ
  • รวบรวมลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย และติดตามสถานะการตอบกลับ
  • สรุปเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และถามคำถามได้ด้วย PDF Spaces และ AI Assistant ที่สร้างมาให้พร้อมใช้งาน
  • สร้างคอนเทนต์ด้วย Adobe Express สามารถเข้าถึงเทมเพลตต่างๆเพื่อสร้างโบร์ชัวร์ หรืออินโฟกราฟฟิคต่างๆ เพื่อโพสต์ลงโซเชียล

ความแตกต่างระหว่าง Acrobat Studio และ Acrobat Pro

  • ความสามารถของ AI Assistant ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยสรุปและวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างแม่นยำ แม่นยำกว่า Acrobat Pro
  • ใช้งาน Adobe Express ได้ง่ายขึ้น ในกรณีที่ต้องการทำอินโฟกราฟฟิค หรือโบร์ชัวร์ แต่ใน Acrobat Pro จะไม่สามารถเข้าถึงเทมเพลตและทำงานใน Adobe Express ได้

ทำความรู้จัก Acrobat Studio เพิ่มเติมได้จากวิดิโอด้านล่าง

https://www.youtube.com/watch?v=5M1a7zY5iVM&fbclid=IwY2xjawPS1upleHRuA2FlbQIxMQBicmlkETE3MDFXa0t0Tm15V0VudzA4c3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHuC3y0t_qu15hhkazwimOeIBAriMIkpr_BoTEbzLWMdqpT1mag-RWR0MtO3n_aem_oM9jAZMBqaD1jMkZgru6pg

ที่มา: https://cbconnection.adobe.com/en/news/news-stories/2025/august/acrobat-studio-resources-now-available/
https://www.adobe.com/in/acrobat.html
เรียบเรียงโดย: MTECH Thailand

แจ้งปรับราคาโปรแกรม Autodesk ในปี 2026

MTECH ขอเรียนแจ้งให้ทราบว่า Autodesk จะมีการปรับราคาซอฟต์แวร์บางรายการทั่วโลก โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งการปรับราคาครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ Autodesk 

สรุปการปรับราคา 

  • ปรับราคาขึ้นประมาณ 10% จากราคาปัจจุบัน
  • การต่ออายุหรือสั่งซื้อด้วยราคาใหม่จะมีผลตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม 2569 เป็นต้นไป
  • กรณีที่ลูกค้าดำเนินการต่ออายุการใช้งานภายในวันที่ 6 มกราคม 2569 จะยังคงได้รับราคาเดิมก่อนมีการปรับขึ้น
  • สำหรับส่วนลดการต่ออายุจะถูกยกเลิก (ยกเว้น AutoCAD และ AutoCAD LT จะยังคงมีส่วนลด 5% สำหรับการต่ออายุแบบ 3 ปี)
  • ซอฟต์แวร์บางรายการ อาจมีการปรับราคามากหรือน้อยกว่า 10% ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า

เหตุผลในการปรับราคา 

  • เนื่องจาก Autodesk ได้พัฒนา AI และเครื่องมือใหม่ๆ เพื่อช่วยให้ลูกค้าทำงานได้เร็วขึ้น ลดงานซ้ำซ้อน และโฟกัสกับงานที่มี impact ได้มากกว่าเดิม
  • ปรับโครงสร้างราคาให้ชัดเจน ลดความสับสนเรื่องส่วนลดพิเศษ เพื่อให้ลูกค้าวางแผนงบประมาณล่วงหน้าได้

ทาง Autodesk และ MTECH ขอแนะนำให้ท่านพิจารณาการต่ออายุล่วงหน้า เพื่อรักษาสิทธิ์ในราคาเดิม หากท่านต้องการให้ทีมงาน MTECH ช่วยตรวจสอบ License เพื่อจัดทำใบเสนอราคา หรือต้องการให้ข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อเราได้ผ่านการกรอกฟอร์มในอีเมลนี้ หรือ Add Line เพื่อสอบถามข้อมูลกับเจ้าหน้าที่

ขอขอบพระคุณที่ให้ความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ของ Autodesk และบริการของ MTECH เสมอมา 

ขอแสดงความนับถือ 

MTECH Thailand 

Autodesk Gold Partner Thailand

ประกาศ Autodesk สำหรับท่านที่ใช้ Revit ประสานการทำงานผ่าน Cloud

ยกเลิกการเข้าถึงและทำงานกับ Revit Cloud Models สำหรับเวอร์ชั่น Revit เก่า

ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป Autodesk จะใช้นโยบายใหม่เกี่ยวกับการเข้าถึง และทำงานกับ Revit Cloud Models โดยจะเริ่มมีผล 30 วันหลังจากการเปิดตัว Revit 2027

หลังจากนั้น ฟีเจอร์ Revit Cloud Models จะไม่สามารถใช้งานได้บน Revit เวอร์ชั่นที่เก่ากว่า เวอร์ชั่นปัจจุบันย้อนหลัง 5 เวอร์ชัน

เวอร์ชั่นที่ถูกยกเลิกจะไม่รองรับการทำงานร่วมกันบนคลาวด์ หรือการเข้าถึง Cloud Models อีกต่อไป แต่การใช้งาน Revit บนเครื่อง (local) จะไม่ถูกกระทบ

ทำไม Autodesk ถึงเปลี่ยนมาใช้นโยบายนี้??

นโยบายนี้ถูกปรับให้สอดคล้องกับ **Previous Version Policy** ของ Autodesk พร้อมทั้งปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของ Revit Cloud Models ให้ทันสมัยขึ้น เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสิทธิภาพและความเสถียรมากกว่าเดิม

แล้วผู้ใช้งานควรทำอย่างไร?

เพื่อให้ยังสามารถใช้ฟีเจอร์ Cloud Collaboration และเข้าถึง Revit Cloud Models ได้ ลูกค้าสามารถเลือกได้ 2 วิธี ดังนี้

1. อัพเกรด Revit เป็นเวอร์ชันที่ยังรองรับ Revit Cloud Models

ต้องอัพเกรดเป็น Revit เวอร์ชั่นที่สามารถใช้ Revit Cloud Models ได้ ณ วันที่ Revit 2027 เปิดตัว เวอร์ชั่นที่ยังรองรับคือ Revit 2022 ขึ้นไป

2. หากไม่ต้องการอัพเกรด

ผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลด Cloud Models มาเก็บบนเครื่อง แล้วทำงานต่อได้บนเวอร์ชั่นเดิมในโหมด Local (ไม่มีการทำงานร่วมกันบนคลาวด์)

ผลที่จะเกิดขึ้นต่อเวอร์ชัน Revit ในอนาคต

– ทุกครั้งที่มีการออก Revit เวอร์ชั่นใหม่ เวอร์ชั่นที่เก่าที่สุดภายในช่วง “5 เวอร์ชั่นย้อนหลัง” จะถูกตัดการเข้าถึง Revit Cloud Models

ตัวอย่างเช่น: เมื่อ Revit 2028 เปิดตัว

Revit 2022 จะไม่สามารถเข้าถึง Revit Cloud Models ได้อีกต่อไป