A-AR

Autodesk BIM Connected : ระบบที่คุณอาจไม่เคยรูปว่ามีอยู่

Autodesk BIM Architecture
Autodesk AEC Platform — 2026 Full Recap

Connected BIM. ระบบที่คุณอาจไม่เคยรู้ว่ามีอยู่

จาก “โปรแกรมออกแบบ” สู่ Connected Data Platform
ครอบคลุมทุก Workflow ตั้งแต่ Concept จนถึง Digital Twin Operation

Explore
20–30%
ลด Rework
จาก Cloud Coordination
& Clash Detection
< 1 นาที
วิเคราะห์ Site
แดด / ลม / เสียง / Carbon
จาก “หลายวัน”
6 → 1
Workflow บน Cloud เดียว
ตั้งแต่ Concept
ถึง Digital Twin Operation
Cloud Backbone

Platform เดียว.
ครบทุกขั้นตอน

ทุก Workflow เชื่อมกันบน Autodesk Cloud โดยไม่มีรอย Disconnect ตั้งแต่วันแรกของโปรเจกต์ จนถึงการดูแลอาคารในระยะยาว

01
Autodesk Docs
Common Data Environment — แหล่งข้อมูลกลางของทุก Workflow
Concept & Planning
02
BIM Collaborate Pro
Cloud Co-authoring — ทีมทำงาน Model เดียวกันพร้อมกัน
Design & Coordination
03
Autodesk Build
Office ↔ Site Real-time — ข้อมูลตรงกันทุกฝ่าย
Construction
04
Autodesk Tandem
Digital Twin — ข้อมูลจาก BIM ส่งต่อสู่การดูแลอาคาร
Asset Operation
Autodesk Forma — Site Analysis
01 — Concept & Planning

ตัดสินใจเร็ว.
ตั้งแต่วันแรก

Real-time Site Intelligence

Autodesk Forma InfraWorks ReCap Pro
  • วิเคราะห์แดด / ลม / เสียง / Carbon แบบ Real-time บน Forma ด้วย AI — ไม่ต้องรอ Simulation หลายชั่วโมง
  • Scan-to-Mesh จากโดรนและเลเซอร์เข้าสู่ ReCap Pro ทันที พร้อม GIS Context จาก ESRI / Basemap
  • Concept Data เผยแพร่เข้า Autodesk Docs ทันที พร้อมส่งต่อสู่ขั้น Detailed Design โดยไม่ต้อง Re-input
วิเคราะห์ Site ได้ภายในนาที
Autodesk Revit — BIM Design
02 — Detailed Design & Engineering

จากแบบ.
สู่ BIM Data Platform

Cloud Co-authoring ข้ามทีม ข้ามประเทศ

Autodesk Revit AutoCAD Civil 3D
  • Revit Hydra / USD Graphics Engine ใหม่ — ไฟล์ขนาดใหญ่ทำงานได้ลื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  • Toposolid + Civil 3D Integration — Topography และ Infrastructure ทำงานร่วมกันได้จริงในโปรเจกต์เดียว
  • BIM Collaborate Pro ให้ทีมต่างประเทศแก้ไข Model เดียวกันพร้อมกัน แบบ Real-time
ทุกทีมเห็น Model เดียวกันตลอดเวลา
Navisworks — Clash Detection
03 — Coordination & Simulation

แก้ปัญหา
ก่อนสร้างจริง

Cloud Clash Detection ตลอด 24 ชั่วโมง

Navisworks Manage Autodesk Insight BIM Collaborate Pro
  • Cloud Clash Detection ใน ACC ตรวจ Clash อัตโนมัติ — ไม่ต้องรอประชุม Coordination รายสัปดาห์
  • Carbon Analysis ด้วย Insight ตั้งแต่ Design Stage — วิเคราะห์ Net Zero ได้ก่อนออกแบบเสร็จ
  • VR / XR Workshop — Review แบบร่วมกับ Client และ Stakeholder ในสภาพแวดล้อม Virtual ได้จริง
ลด Rework 20–30% ก่อนลงพื้นที่
Autodesk Build — Construction Management
04 — Construction & Data Management

Single Source
of Truth

Office ↔ Site เชื่อมกันแบบ Real-time

Autodesk Build Autodesk Docs ISO 19650
  • Sync ข้อมูลระหว่าง Office และ Site แบบ Real-time ผ่านมือถือและ Tablet — ไม่มีข้อมูลล้าสมัย
  • ISO 19650 Workflow รองรับ Information Management มาตรฐานสากลโดยตรง
  • Markup บน PDF เชื่อมกลับเข้า BIM Model ได้ทันที และ Bridge แชร์ข้อมูลข้ามองค์กรได้อย่างปลอดภัย
ข้อมูลตรงกันทั้ง Project ทุกฝ่าย
Twinmotion — Photorealistic Visualization
05 — Visualization & Presentation

สื่อสารงาน
ให้เข้าใจทันที

ลูกค้าเห็นอาคารก่อนที่จะเทคอนกรีตก้อนแรก

Twinmotion 3ds Max
  • Twinmotion ดึง Model จาก Revit และ Docs ได้โดยตรง — ปรับ Material, Lighting, Time of Day ต่อหน้า Client
  • Photorealistic Rendering ด้วย 3ds Max สำหรับงาน Marketing ระดับสูง
  • VR Walkthrough — Client เข้าชมอาคารใน Virtual Reality ก่อนก่อสร้าง ลดรอบแก้แบบจาก Misunderstanding
ลูกค้าเข้าใจแบบในรอบเดียว
Autodesk Tandem — Digital Twin
06 — Renovation & Asset Management

จาก BIM.
สู่ Digital Twin

ส่งมอบพร้อมข้อมูล — ไม่ใช่แค่สร้างเสร็จ

ReCap Pro Autodesk Revit Autodesk Tandem
  • Scan-to-BIM — ReCap Pro แปลง Point Cloud จากการสแกนอาคารเก่าเป็น BIM Model พร้อมใช้งานทันที
  • Tandem รับข้อมูลจาก Autodesk Build และ Docs กลายเป็น Living Digital Twin สำหรับ Facility Management
  • ข้อมูลตั้งแต่ Design ถึง Construction ถูกใช้ต่อใน Operation — ROI จาก BIM ยาวนานกว่าที่คิด
FM ทำงานได้ทันทีหลังส่งมอบ
Key Transformations

สิ่งที่เปลี่ยนไปจริงๆ.
ใน AEC 2026

ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์ใหม่ — แต่คือ Paradigm ที่เปลี่ยนวิธีทำงานทั้งวงการ

หลายวัน ไม่กี่นาที

วิเคราะห์แดด / ลม / เสียง / Carbon แบบ Real-time ด้วย Forma + Insight

ไฟล์แยก Model เดียว

Revit + BIM Collaborate Pro ให้ทุกทีมทำงานบน Cloud Model เดียวกันพร้อมกัน

Clash หน้างาน แก้ก่อนสร้าง

Cloud Clash Detection ใน ACC ตรวจจับอัตโนมัติ ลด Rework 20–30%

PDF แบบแปลน Markup → BIM

Autodesk Build เชื่อม Markup บน PDF กลับเข้าหา BIM Model ได้โดยตรง

สร้างเสร็จ = จบ Digital Twin

Tandem รับข้อมูลจาก Build + Docs กลายเป็น Digital Twin สำหรับดูแลอาคาร

หลาย Platform Cloud เดียว

Concept → Design → Build → Operate ทุก Workflow ไม่มีรอย Disconnect

Software by Industry

เลือกตามสายงาน.
ครบทุกวิชาชีพ AEC

ซอฟต์แวร์ใน AEC Collection ไม่ได้มีแค่ Revit — แต่ครอบคลุมทุก Discipline ตั้งแต่ Architect ไปถึง Civil และ Construction

Revit
BIM Software หลักสำหรับออกแบบอาคาร — สร้าง Model ที่บรรจุ Parameter ทุกชิ้นส่วน ตั้งแต่ผนัง ประตู หน้าต่าง จนถึง Schedule และ Drawing Sheet ในไฟล์เดียว
BIM3D ModelDrawing
Revit – Generative Design
Extension ใน Revit ที่ใช้ AI สร้างแบบหลายพันตัวเลือกพร้อมกัน จากชุด Constraint ที่กำหนด — ให้ Architect เลือก Option ที่ดีที่สุดแทนการวาดทีละแบบ
AI DesignOptimization
AutoCAD Architecture
AutoCAD เวอร์ชันที่เพิ่ม Object-based tools สำหรับสถาปนิกโดยเฉพาะ เช่น Wall, Door, Window, Stair — ช่วยลดเวลา Draft 2D ลงได้มาก
2D/3DArchitecture
Forma Site Design
Cloud-based Pre-design tool — วิเคราะห์ Solar, Wind, Noise, Carbon บน Massing Model แบบ Real-time ก่อนเริ่ม Design ด้วย AI ช่วย Optimize
AI AnalysisPre-designCloud
3ds Max
3D Modeling และ Rendering ระดับสูง สำหรับงาน Visualization และ Animation — ผลิต Photorealistic Image และ Walkthrough Video คุณภาพระดับ Marketing
RenderingAnimationVisualization
Twinmotion for Revit
Plugin เชื่อม Revit กับ Twinmotion โดยตรง — Sync Model แบบ Real-time เพื่อ Render และทำ VR Walkthrough ได้ทันทีโดยไม่ต้องส่งออกไฟล์
Real-time RenderVR
AutoCAD
มาตรฐานอุตสาหกรรมสำหรับ 2D Drafting และ 3D Design — ใช้ทำ Construction Drawing, Detail, และ As-built ที่ทุกฝ่ายเปิดได้
2D CADDrafting
ReCap Pro
แปลง Point Cloud จากการสแกนเลเซอร์หรือโดรนเป็น 3D Model — ใช้สำหรับ Scan-to-BIM งาน Renovation หรือสร้าง Existing Conditions Model
Scan-to-BIMPoint Cloud
Revit
ออกแบบโครงสร้างอาคารด้วย BIM — วาง Beam, Column, Foundation, Slab พร้อม Parameter ครบถ้วน เชื่อมโยงกับ Model สถาปัตยกรรมได้โดยตรง
Structural BIMCoordination
Robot Structural Analysis Professional
Finite Element Analysis (FEA) ระดับมืออาชีพ — วิเคราะห์โครงสร้างภายใต้ Load ต่างๆ ทั้ง Static, Dynamic, Seismic และ Wind Load พร้อมส่งออก Report ได้ทันที
FEAStructural AnalysisSeismic
Advance Steel
ออกแบบและสร้าง Shop Drawing สำหรับงานเหล็กโครงสร้างโดยเฉพาะ — สร้าง Connection Detail อัตโนมัติ และส่งออก NC File สำหรับ CNC Fabrication ได้โดยตรง
Steel DesignShop DrawingFabrication
Structural Bridge Design
วิเคราะห์และออกแบบสะพานตามมาตรฐานสากล AASHTO, Eurocode — รองรับ Bridge ทุกประเภท ทั้ง Beam, Box Girder, Cable-stayed พร้อม Load Combination อัตโนมัติ
Bridge DesignCode Check
AutoCAD
ทำ Structural Drawing, Reinforcement Detail, และ General Arrangement — มาตรฐานสำหรับงาน 2D Structural ที่ทุกฝ่ายในโปรเจกต์ใช้ร่วมกันได้
2D DrawingDetail
Navisworks Manage
ตรวจสอบ Clash ระหว่าง Structural Model กับ Architecture และ MEP — รวม Model ทุก Discipline มาไว้ในที่เดียว และทำ 4D Simulation ได้
Clash Detection4D Simulation
Revit (MEP)
ออกแบบระบบ MEP ใน BIM Environment — วาง Duct, Pipe, Conduit, Fixture พร้อม Sizing อัตโนมัติ เชื่อมกับ Architectural และ Structural Model เพื่อตรวจ Clash
MEP BIMDuctPipe
AutoCAD MEP
AutoCAD เวอร์ชัน MEP-specific มี Smart Objects สำหรับ Duct, Pipe, Conduit และ Equipment — ทำ 2D MEP Drawing ได้เร็วกว่า AutoCAD ทั่วไปหลายเท่า
MEP Drawing2D/3D
AutoCAD Electrical
ออกแบบและทำ Electrical Drawing อัตโนมัติ — มี Symbol Library มาตรฐาน IEC/NFPA รองรับ Panel Schedule, Wire Numbering, และ BOM Generation อัตโนมัติ
ElectricalSchematicPanel
Fabrication CADmep
ออกแบบ MEP ระดับ Fabrication-ready — สร้าง Spool Drawing สำหรับงานท่อและ Duct ที่พร้อมส่งโรงงานผลิตทันที รวมถึง Hanger และ Support Detail
FabricationSpoolMEP Detail
Navisworks Manage
รวม MEP Model กับ Architecture และ Structure ตรวจหา Clash ที่มักเกิดขึ้นระหว่าง Duct กับ Beam — ลด Rework หน้างานได้มากที่สุดใน Workflow MEP
Clash DetectionCoordination
AutoCAD Plant 3D
ออกแบบระบบ Piping สำหรับโรงงานและ Industrial Plant — มี P&ID Editor, Pipe Routing อัตโนมัติ และ Isometric Drawing Generation พร้อม BOM
Plant DesignP&IDIsometric
Civil 3D
BIM Software สำหรับงาน Civil — ออกแบบถนน, ระบบระบายน้ำ, ระบบชลประทาน และ Site Grading พร้อม Dynamic Link ระหว่าง Alignment, Profile, และ Section
Road DesignDrainageGrading
Civil 3D – Grading Optimization
AI-powered Extension ของ Civil 3D — หา Grading Solution ที่ Balance Earthwork ได้ดีที่สุดอัตโนมัติ ลดปริมาณ Cut/Fill และประหยัดต้นทุนก่อสร้างอย่างมีนัยสำคัญ
AI GradingEarthworkOptimization
InfraWorks
วางผังโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ใน GIS Context จริง — เชื่อมข้อมูล GIS จาก ESRI สร้าง Conceptual Road, Bridge, Interchange และวิเคราะห์หลายทางเลือกพร้อมกัน
InfrastructureGISConcept Design
AutoCAD Map 3D
เชื่อม CAD กับ GIS Data โดยตรง — นำเข้า Shapefile, GeoTIFF, และข้อมูล Spatial อื่นๆ มาวิเคราะห์และออกแบบร่วมกับ CAD Drawing ในไฟล์เดียว
GIS+CADSpatialMapping
Vehicle Tracking
จำลองและตรวจสอบ Swept Path ของยานพาหนะทุกประเภท — ตั้งแต่รถบรรทุก Trailer ไปจนถึงรถดับเพลิงและ Airport Ground Vehicle เพื่อออกแบบ Road และ Parking ที่ถูกต้อง
Swept PathTrafficRoad Design
Structural Bridge Design
วิเคราะห์และออกแบบสะพานตามมาตรฐาน AASHTO LRFD, Eurocode — รองรับทุก Bridge Type พร้อมตรวจสอบ Code Compliance และ Generate Report อัตโนมัติ
BridgeAnalysisCode Check
ReCap Pro + Scan-to-Mesh
สแกนพื้นที่จริงด้วยโดรนหรือ LiDAR แปลงเป็น 3D Mesh หรือ Point Cloud ที่ใช้ใน Civil 3D และ InfraWorks ได้ทันที — ลดงาน Survey ภาคสนามได้มาก
LiDARDrone SurveyMesh
Autodesk Build
Construction Management บน Cloud — จัดการ RFI, Submittal, Issue, Meeting, และ Quality Inspection บน Mobile ได้ทันทีจากหน้างาน Office ก็เห็นข้อมูลพร้อมกัน
Construction CloudRFIQuality
Navisworks Manage
ทำ 4D Construction Simulation — เชื่อม BIM Model กับ Schedule เพื่อดูลำดับงานก่อสร้างแบบ Visual, ตรวจ Clash และ Quantification สำหรับ BOQ
4D SimulationBOQClash
Autodesk Desktop Connector
Bridge ระหว่าง Desktop Software (Revit, AutoCAD, Civil 3D) กับ Autodesk Docs บน Cloud — ทำให้ Save และ Sync ไฟล์ขึ้น Cloud ได้เหมือน Local Drive
Cloud SyncDesktop Bridge
Vault Basic
PDM (Product Data Management) สำหรับจัดการ CAD File Version บน Server ภายใน — ควบคุม Check-in/Check-out ป้องกันไฟล์ซ้อน และติดตาม Revision History
PDMVersion ControlOn-premise
AutoCAD + DWG History
ทำ Shop Drawing, Layout, และ As-built — DWG History Extension บันทึก Revision ทุกครั้งที่ Save อัตโนมัติใน Cloud ป้องกันการสูญหายของงาน
Shop DrawingAs-builtHistory
ReCap Pro
สแกน As-built ระหว่างก่อสร้าง เทียบกับ BIM Model เดิมเพื่อตรวจสอบ Deviation — ลด Punch List และ Defect ก่อนส่งมอบงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
As-built ScanQCDeviation
Additional Workflows

Workflow เพิ่มเติม.
ที่ครอบคลุมกว่าเดิม

นอกจาก 6 Workflow หลัก ยังมี Workflow เฉพาะทางที่เชื่อมต่อกับ Platform เดียวกัน

07
Structural Engineering Workflow
Revit → Robot Structural Analysis → Advance Steel → Navisworks

ออกแบบ Structure ใน Revit ส่งโดยตรงไปวิเคราะห์ใน Robot ผลลัพธ์กลับมาปรับ Model — จากนั้นสร้าง Shop Drawing ด้วย Advance Steel และตรวจ Clash ทั้งโปรเจกต์ใน Navisworks

RevitRobot StructuralAdvance SteelNavisworks
08
MEP Fabrication Workflow
Revit MEP → AutoCAD MEP → Fabrication CADmep → Build

ออกแบบ MEP ระดับ BIM ใน Revit ส่งออกไปทำ Fabrication Drawing ใน Fabrication CADmep สร้าง Spool ที่พร้อมผลิต — ติดตาม Install ผ่าน Autodesk Build

Revit MEPAutoCAD MEPFabrication CADmepBuild
09
Infrastructure Planning Workflow
InfraWorks → Civil 3D → Grading Optimization → Autodesk Docs

วางผัง Infrastructure ใน GIS Context ด้วย InfraWorks → ออกแบบ Detail ใน Civil 3D → ใช้ Grading Optimization หา Earthwork Balance ที่ดีที่สุด → Publish ขึ้น Autodesk Docs

InfraWorksCivil 3DGrading OptimizationVehicle Tracking
10
Generative Design Workflow
Forma → Revit + Generative Design → BIM Collaborate Pro

วิเคราะห์ Site ด้วย Forma ใช้ผล Analysis เป็น Input สำหรับ Revit Generative Design สร้างตัวเลือกหลายร้อยแบบอัตโนมัติ — ทีมเลือกและ Refine ร่วมกันบน Cloud

FormaRevitGenerative DesignInformed Design
11
Sustainability & Carbon Workflow
Forma → Revit → Insight (Energy + Carbon) → Tandem

วิเคราะห์ Embodied Carbon ตั้งแต่ Concept ด้วย Forma → ตรวจสอบ Operational Energy ใน Insight for Revit → ติดตาม Carbon ในระยะ Operate ผ่าน Tandem Digital Twin

FormaInsightGreen Building StudioTandem
12
Data Management & Collaboration
Desktop Connector → Autodesk Docs → Build → Tandem

Sync ทุก File จาก Desktop ขึ้น Cloud ผ่าน Desktop Connector → จัดการ Document ตาม ISO 19650 ใน Autodesk Docs → ส่งต่อสู่ Construction ใน Build → และ Operation ใน Tandem

Desktop ConnectorAutodesk DocsVaultBuild
Connected AEC Future
Final Insight — AEC 2026

AEC 2026
คือจุดเปลี่ยน

“Design Tools” → “Connected Data Platform”

โครงสร้างนี้คือฐานของทุกอย่างที่ Autodesk 2027 กำลังจะมา
ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์ใหม่ — แต่คือ Paradigm ใหม่ของวงการ AEC

Connected BIM Cloud Coordination Field Sync Digital Twin Full Lifecycle

อัพเดตเทรนด์ Autodesk 2026 ให้แก่ DWP Cityspace Ltd. ให้บริการซัพพอร์ตที่ช่วยให้ลูกค้าใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2026 ทีม Support MTECH ได้เข้าพบทีมออกแบบที่ DWP Cityspace Ltd. เพื่ออัพเดตโซลูชันล่าสุดที่จะช่วยให้การทำงานในโปรเจกต์ปีนี้ง่ายขึ้น

สิ่งที่ทีม Support MTECH นำไปแชร์ให้เพื่อนร่วมวงการ ปีนี้ Autodesk มาแรงด้วย Autodesk AI และ Forma ที่จะเข้ามาเปลี่ยนวิธีคิดงาน Conceptual รวมถึงการอัพเกรดครั้งใหญ่ของ Revit 2026 และ AutoCAD 2026 นอกจากนี้ยังแชร์ถึงเรื่องการจัดการข้อมูลในระยะยาวด้วย Tandem และระบบ Platform ที่เชื่อมต่อกันทั้งระบบ

ทำไมใครๆ ก็เลือกให้ทีม MTECH ดูแล? จุดเด่นของทีม support เรานั้น ถนัดมากเรื่องการทำ Workshop และ Demo แบบเจาะลึก ไม่เน้นแค่การบรรยาย แต่เน้นให้ทีมงานของลูกค้าใช้งานโปรแกรมได้จริง อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถสอบถามข้อสงสัยในหน้างานจริง เพื่อให้มั่นใจว่าจะถูกนำไปใช้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด

สนใจนัดคิว Workshop หรือ Demo ติดต่อ Support

Line Official MTECH : @mtechthailand

โทร: 02-652-8883

สาธิตการใช้งาน BIM Collaborate Pro & Autodesk Tandem – McTric Public Co., Ltd.

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา MTECH Thailand ได้เข้าไปช่วยทางทีม Mctric Public Co., Ltd. ในการ Set Up ระบบ BIM Collaborate Pro และแนะนำการใช้งานเพื่อให้สามารถเริ่มต้นใช้งานได้อย่างถูกต้อง

รวมถึงแนะนำแนวทางการใช้งาน Autodesk Tandem ใน BIM Collaborate Pro เพื่อให้ลูกค้าสามารถนำใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

2025 ปีแห่งการอัพสกิล Design & Technology

Recap 2025 Design & Technology

🌟ีแห่งการอัพสกิลของชาว Design & Tech 🌟

มาย้อนดูกันว่ามีนวัตกรรมอะไรที่เปลี่ยนการทำงานของพวกเราในปี 2025 กันค่ะ

▶ Autodesk เน้นหนักในเรื่อง Autodesk AI และการเชื่อมต่อข้อมูลบน Cloud ผ่าน Forma ทำให้งานสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมไม่ใช่เป็นแค่การเขียนแบบ แต่เป็นการบริหารจัดการข้อมูล (Data-driven Design)

▶ Adobe เปรียบเสมือน AI Powerhouse โดยในปี 2025 ที่ผ่านมา Adobe นำ Generative AI เข้าไปใช้ทั้ง Photoshop (Generative Fill) และ Illustrator (Text to Vector) ซึ่งช่วยให้นักออกแบบหันมาใช้ AI ได้อย่างสบายใจมากขึ้น

▶ SketchUp ได้อัพเกรด Engine ใหม่ในเวอร์ชั่น 2024 ที่ลื่นไหลกว่าเดิม พร้อมกับฟีเจอร์ Diffusion (AI) ที่ช่วยเปลี่ยนโมเดลหยาบ ๆ ให้ออกมาเป็นภาพที่สวยได้ในพริบตา

▶ Chaos & D5 Render เน้นงาน Visual แบบ Real-time

▶ Foxit ได้นำ AI Assistant มาช่วยจัดการเอกสารได้อย่างดี อีกทั้งยังช่วยสรุปเนื้อหาจากเอกสารที่มีข้อมูลหลายหน้า ส่วนระบบ eSignก็ช่วยให้การเซ็นเอกสารจบได้บน Cloud ซึ่งเป็นการลดขั้นตอนได้อย่างมาก

สรุปแล้วในปี 2025 นั้นภาพรวมของ Software ทุกค่ายล้วนแข่งขันกันที่การประหยัดเวลาในการทำงานและช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมี AI มาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนั่นเอง

และในปี 2026 นี้ ทิศทางของ Design & Technology จะเป็นไปในทิศทางไหน มารอสรุปจากทีม MTECH กันนะคะ

Untitled-2

SketchUp 2025-2026 อัพเกรดอะไรบ้าง

นี่คือสรุป 8 สิ่งใหม่ที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับ SketchUp ในปี 2025

1. ยุคใหม่ของการทำงานร่วมกัน (Collaboration & Sharing)

ภาพที่คุณเห็นฟีเจอร์ที่มีชื่อคน (Carlos, Svenja, Mia) ลอยอยู่บนหน้าจอ คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดของเวอร์ชันนี้

  • Real-time Viewing: ต่อไปนี้เราอาจจะได้เห็นเพื่อนร่วมทีมเข้ามาหมุนโมเดล ดูงาน หรือแก้ไขไปพร้อมๆ กันได้ในเวลาจริง (คล้ายกับ Google Docs)
  • Private Sharing & Commenting: การส่งไฟล์ให้ลูกค้าหรือทีมงานจะปลอดภัยและง่ายขึ้น สามารถคอมเมนต์จุดแก้ลงบนโมเดลได้โดยตรง ไม่ต้องแคปหน้าจอส่งไลน์กันอีกต่อไป

2. ยกระดับการเรนเดอร์และรองรับ DWG (Improved Rendering and DWG Support)

SketchUp เวอร์ชันใหม่มุ่งมั่นที่จะลดความจำเป็นในการส่งไฟล์ออกไปยังโปรแกรมภายนอกเพื่อสร้างภาพและจัดการแบบก่อสร้าง โดยมีการปรับปรุงที่สำคัญในสองด้านหลัก:

1. การเรนเดอร์ใน Viewport ที่ดีขึ้น (Improved Rendering)

  • แสดงผลเร็วและสวยงามขึ้น: ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีการแสดงผลหลักของโปรแกรม ทำให้ภาพในหน้าจอ Viewport ถูกเรนเดอร์ได้รวดเร็วขึ้น พร้อมคุณภาพที่ดีขึ้นทันที
  • ลดขั้นตอนการทำงาน: คุณภาพที่สูงขึ้นในหน้าจอทำงาน (Viewport) ช่วยให้สามารถตัดสินใจด้านวัสดุและแสงเงาได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องใช้เวลาในการเรนเดอร์ด้วยปลั๊กอินบ่อยครั้ง

2. การจัดการไฟล์ CAD ที่ไร้รอยต่อ (Enhanced DWG Support)

  • นำเข้า/ส่งออกที่เสถียร: มีการปรับปรุงความเสถียรในการนำเข้าและส่งออกไฟล์ DWG ซึ่งเป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรม CAD
  • ลดข้อผิดพลาด: ผู้ใช้จะพบกับปัญหาความคลาดเคลื่อนของเส้น, การสูญหายของ Scale หรือ Layer น้อยลง เมื่อต้องทำงานร่วมกับไฟล์แบบ 2D ที่สร้างจากโปรแกรมอื่น ๆ

การปรับปรุงนี้ช่วยให้ Workflow ระหว่างการออกแบบ 3D และการจัดทำแบบก่อสร้าง 2D เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น


3. Layout และ Interoperability ที่ดีขึ้น (Layout drafting and interoperability improvements)

Layout เป็นเครื่องมือสำคัญในการเปลี่ยนโมเดล 3D ให้เป็นแบบก่อสร้าง 2D และงานนำเสนอทางเทคนิค การปรับปรุงในเวอร์ชันนี้จึงมุ่งเน้นที่ความราบรื่นในการทำงานและการทำ Drafting:

  • เครื่องมือ Drafting ที่ทรงพลังขึ้น: มีการปรับปรุงเครื่องมือสำหรับงาน Drafting โดยเฉพาะ ทำให้การวาดเส้น การใส่ขนาด (Dimensions) และการใส่สัญลักษณ์ใน Layout มีความแม่นยำและตอบสนองได้ดีกว่าเดิม
  • การเชื่อมโยงข้อมูลที่ไร้รอยต่อ: เพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมโยง (Interoperability) ระหว่างไฟล์ SketchUp และ Layout ทำให้การอัปเดตโมเดลหลักสะท้อนในแบบก่อสร้างได้รวดเร็วขึ้นและลดข้อผิดพลาดในการจัดการ Viewport

4. นำเข้าอาคาร 3D ใน Add Location (3D buildings import in Add Location)

ฟีเจอร์นี้ช่วยประหยัดเวลาในการสร้างบริบทไซต์งานได้อย่างมหาศาล:

  • Context ที่สมบูรณ์แบบในคลิกเดียว: ผู้ใช้สามารถนำเข้าโมเดลอาคารโดยรอบ (Massing Models) พร้อมกับภาพแผนที่ (Map Texture) และข้อมูลพื้นดิน (Terrain Mesh) ได้ในขั้นตอนเดียว
  • ความแม่นยำทางภูมิศาสตร์: โมเดล 3D ถูกวางอยู่บนภูมิประเทศที่มีความสูงต่ำตามจริง ทำให้การวิเคราะห์แสงเงาและมุมมองของโครงการทำได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น

5. อัพเดต Scan Essentials (Scan Essentials updates)

สำหรับมืออาชีพที่ใช้ข้อมูลสแกน 3D จากไซต์งานจริง:

  • การจัดการ Point Clouds ที่ดีขึ้น: มีการปรับปรุงชุดเครื่องมือสำหรับจัดการกับข้อมูล Point Clouds (กลุ่มจุดที่ได้จากการสแกน 3D) ให้ทำงานได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น
  • เพิ่มประสิทธิภาพ Workflow: ช่วยให้นักออกแบบสามารถสร้างแบบจำลองจากข้อมูลสแกนจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

6. Color Ambient Occlusion

การปรับปรุงด้านภาพที่สร้างสรรค์

  • มิติที่สวยงามใน Viewport: Ambient Occlusion (AO) คือการเพิ่มเงาอ่อนๆ ตามรอยต่อและซอกมุมของวัตถุ
  • เพิ่มความลึกและสไตล์: การใช้ “Color AO” ทำให้เงาเหล่านี้มีสีและมิติความลึกที่สมจริงมากขึ้น ทำให้โมเดลดูเป็นธรรมชาติและมีสไตล์คล้ายโมเดลงานฝีมือ

7. Sizeable Live Components

การพัฒนาเครื่องมืออัจฉริยะที่ใช้โค้ดควบคุม:

  • ความยืดหยุ่นในการปรับขนาด: Live Components คือส่วนประกอบอัจฉริยะที่ผู้ใช้สามารถปรับแต่งขนาด สัดส่วน และคุณสมบัติอื่น ๆ ได้ผ่านกล่องโต้ตอบ
  • ลดความซับซ้อน: การทำให้ Live Components สามารถปรับขนาด (Sizeable) ได้ง่ายขึ้น ช่วยลดความซ้ำซ้อนของการทำงานและทำให้การสร้างองค์ประกอบที่ต้องมีการปรับแต่งทำได้เร็วขึ้น

SketchUp Authorized Reseller – M Technologies (Thailand) พร้อมบริการขายที่ดีที่สุดในไทย

RevitCantrun

การแก้ไขปัญหา “This app can’t run on this device” สำหรับ Autodesk Revit หลังอัปเดต Windows 11 ล่าสุด

แนวทางแก้ไขและขั้นตอนการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น

เนื่องจากปัญหานี้เกิดขึ้นกับโปรแกรมหลายเวอร์ชันพร้อมกัน วิธีแก้ไขที่ดีที่สุดมักจะเกี่ยวข้องกับการแก้ไขที่ระดับระบบปฏิบัติการ:


1. การกู้คืน Windows 11 กลับไปเวอร์ชันก่อนการอัปเดต (Rollback Windows Update)

ในกรณีที่การอัปเดตล่าสุดของ Windows 11 เป็นสาเหตุของความไม่เข้ากันนี้โดยตรง การย้อนกลับ (Restore) ไปยังสถานะก่อนการอัปเดตคือทางออกที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด (ตามที่ท่านผู้ใช้งานได้ทดลองและยืนยันแล้ว)

  • เปิด Settings (การตั้งค่า)
  • ไปที่ Windows Update
  • เลือก Update History (ประวัติการอัปเดต)
  • ในส่วนที่เกี่ยวข้อง ให้มองหา Uninstall Updates (ถอนการติดตั้งอัปเดต)
  • เลือกอัปเดตล่าสุดที่คุณต้องการย้อนกลับ (ควรถอนการติดตั้งอัปเดตความปลอดภัยหรืออัปเดตคุณภาพล่าสุด)
  • คลิก Uninstall และทำตามขั้นตอนบนหน้าจอ
  • ระบบจะทำการรีสตาร์ทและกู้คืน Windows กลับไปยังเวอร์ชันก่อนหน้า (ข้อควรระวัง: คุณต้องดำเนินการภายใน 10 วันนับจากวันที่อัปเดต)

[Note]: หากเกิน 10 วันหลังการอัปเดต หรือไม่มีตัวเลือกการถอนการติดตั้ง อาจต้องใช้วิธี System Restore Point หรือการใช้ Recovery Image แทน


ลูกค้า MTECH สามารถติดต่อฝ่ายขาย เพื่อ Remote แก้ไขปัญหาโดยทีมงาน Support

screenshot-1764130635958

“Could not access network location Revit ####\ เมื่อติดตั้ง Revit 2023 ขึ้นไป

ปัญหาที่พบ: เมื่อพยายามติดตั้งโปรแกรม Revit เวอร์ชัน 2023 หรือรุ่นที่ใหม่กว่า การติดตั้งหยุดชะงักและล้มเหลว โดยแสดงข้อความแจ้งเตือนดังนี้:

“Could not access network location Revit [Release Version].”

สาเหตุ: ปัญหานี้มักเกิดจากการที่มี ไฟล์ตกค้าง (Remnant files) จากการติดตั้งครั้งก่อนหน้านี้หลงเหลืออยู่ในระบบ Windows ทำให้ตัวติดตั้งเกิดความสับสน


วิธีการแก้ไขปัญหา (Solutions)

ขอแนะนำให้ทำตามขั้นตอนทีละวิธี และลองติดตั้งโปรแกรมใหม่ดูว่าผ่านหรือไม่ ก่อนที่จะข้ามไปทำวิธีถัดไป

วิธีที่ 1: ลบไฟล์ตกค้างออกจากระบบ (Clean Uninstall)

นี่เป็นวิธีพื้นฐานที่สุด คือการลบไฟล์ขยะที่เกี่ยวข้องกับ Revit ออกให้หมด

  • ให้ทำตามขั้นตอน Clean Uninstall (การถอนการติดตั้งแบบสะอาด) ตามมาตรฐานของ Autodesk เพื่อลบไฟล์และโฟลเดอร์ที่เกี่ยวข้องกับ Revit ออกจากเครื่องให้หมดก่อนเริ่มติดตั้งใหม่

วิธีที่ 2: ใช้เครื่องมือ Revit Install Cleanup Utility (เฉพาะ Revit 2023 เท่านั้น)

หากคุณกำลังเจอปัญหานี้กับ Revit 2023 ให้ใช้วิธีนี้ (ห้ามใช้กับเวอร์ชันอื่น)

ขั้นตอน:

  1. ถอนการติดตั้ง (Uninstall) ส่วนเสริม (Extensions) ของ Revit 2023 ทั้งหมด
  2. ถอนการติดตั้งโปรแกรม Revit 2023
  3. ดาวน์โหลดและรันเครื่องมือ Revit 2023 Install Cleanup Utility (สามารถหาได้จากเว็บไซต์ Autodesk) เพื่อลบไฟล์ตกค้างโดยอัตโนมัติ
  4. ลองติดตั้งโปรแกรมใหม่อีกครั้ง

วิธีที่ 3: ลบไฟล์ตกค้างใน Windows Registry (ขั้นสูง)

หากทำตาม 2 วิธีแรกแล้วยังไม่ได้ผล ให้ใช้วิธีนี้

⚠️ คำเตือน: การแก้ไข Windows Registry มีความเสี่ยง หากทำผิดพลาดอาจทำให้ระบบ Windows เสียหายได้ กรุณาสำรองข้อมูล Registry (Backup) ก่อนเริ่มดำเนินการเสมอ

ขั้นตอน:

  1. คลิกปุ่มค้นหาของ Windows (Search) พิมพ์คำว่า “regedit” แล้วกด Enter
  2. ในหน้าต่าง Registry Editor ให้เข้าไปตามที่อยู่นี้: HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Autodesk\UPI
  3. ตรวจสอบโฟลเดอร์ย่อย (Keys) ในนั้น ดูทางฝั่งขวาว่ามีตัวไหนที่มีค่า (Value) เป็น “Revit [เวอร์ชันที่คุณจะลง]” หรือไม่
  4. ตรวจสอบดูว่าที่อยู่ไฟล์ (File path) ที่ระบุในนั้น เป็นตำแหน่งที่ไม่มีอยู่จริงในเครื่องหรือไม่
  5. หากพบ Path ที่ไม่มีอยู่จริง ให้คลิกขวาแล้ว ลบ (Delete) ค่าหรือ Key ที่มีปัญหานั้นทิ้งไป
  6. ลองทำการติดตั้ง Revit ใหม่อีกครั้ง

สรุปสิ่งที่ต้องเตรียมก่อนแก้ไข:

  • สิทธิ์ Administrator ในการจัดการคอมพิวเตอร์
  • หากเป็นคอมพิวเตอร์ของบริษัท แนะนำให้ติดต่อฝ่าย IT เพื่อช่วยดำเนินการในส่วนของการแก้ไข Registry
Screenshot_25-11-2025_16534_www.autodesk.com

Revit 2025 “An unrecoverable error has occurred” on opening Revit

แก้ปัญหา “An unrecoverable error has occurred” เมื่อเปิด Revit 2025 (อัปเดตปี 2025)

ปัญหา “An unrecoverable error has occurred. The program will now be terminated” เป็นข้อผิดพลาดที่พบบ่อยมากใน Revit 2025 โดยเฉพาะตอนเปิดโปรแกรมใหม่ ๆ หรือหลังติดตั้งใหม่ มันทำให้ Revit ปิดตัวลงทันทีและอาจส่งรายงานข้อผิดพลาดไปยัง Autodesk ปัญหานี้มักเกิดจาก:

  • .NET Runtime ไม่ได้ติดตั้งหรือติดตั้งไม่สมบูรณ์ (ปัญหาหลักในเวอร์ชันเริ่มต้น)
  • Add-on จากบุคคลที่สาม (เช่น Environment for Revit) ที่ยังไม่รองรับ Revit 2025
  • การติดตั้ง Revit ที่เสียหาย หรือไฟล์ชั่วคราว/การตั้งค่าผู้ใช้ที่ค้าง
  • เวอร์ชัน Revit ที่เก่าเกินไป (ก่อนอัปเดตล่าสุด)

จากประสบการณ์ของคุณที่บอกว่า อัปเดต Revit 2025 เป็นเวอร์ชันล่าสุดแล้วหาย นี่คือวิธีแก้ที่ยืนยันแล้วว่าทำงานในปี 2025 (ตามข้อมูลล่าสุดจาก Autodesk และชุมชนผู้ใช้) ส่วนในอดีต (เช่นปี 2024) ที่อัปเดตแล้วไม่หาย มักเพราะปัญหา .NET หรือ add-on ยังไม่ได้รับการแก้ไขในแพตช์แรก ๆ แต่ตอนนี้แพตช์ล่าสุด (เช่น 2025.1 หรือสูงกว่า) แก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ดีขึ้น

วิธีแก้หลัก: อัปเดต Revit 2025 เป็นเวอร์ชันล่าสุด (แก้ได้ 80-90% ของเคส)

Autodesk แนะนำให้อัปเดตก่อนเสมอ เพราะแพตช์ใหม่ ๆ แก้ไขปัญหา startup crash โดยตรง โดยเฉพาะใน Revit 2025.4 ที่เพิ่งออกมา มีการปรับปรุง CER Service (Customer Error Reporting) ที่อาจทำให้ crash ถ้าไฟล์ขาดหาย

ขั้นตอนอัปเดต (ใช้เวลา 10-30 นาที):

  1. เปิด Autodesk Desktop App (ไอคอนรูปตัว A บนเดสก์ท็อป) หรือไปที่ Autodesk Account
  2. คลิก Product Updates > เลือก Revit 2025 > ดาวน์โหลดและติดตั้งเวอร์ชันล่าสุด (ปัจจุบันคือ 2025.1 หรือสูงกว่า ตรวจสอบวันที่ 25 พ.ย. 2025)
  3. รีสตาร์ทเครื่องหลังติดตั้ง แล้วลองเปิด Revit ใหม่
  4. ถ้าไม่มี Desktop App ให้ดาวน์โหลดจาก Autodesk Download Center

หลังอัปเดต ถ้าปัญหายังอยู่ ลองวิธีอื่นด้านล่าง

วิธีแก้เพิ่มเติม (ถ้าอัปเดตแล้วยังไม่หาย)

จากบทความเก่าของ MTECH Thailand (เมษายน 2024) ที่คุณอ้างอิง ปัญหาในตอนนั้นเกิดจาก .NET 8.0.0 ไม่สมบูรณ์หรือ add-on Environment for Revit ตอนนี้ (ปี 2025) Autodesk มีแพตช์แก้แล้ว แต่ถ้าคุณมี add-on เหล่านี้ ลองทำตามนี้:

1. แก้ปัญหา .NET Runtime (ถ้าอัปเดต Revit ไม่ช่วย)

Revit 2025 ต้องการ .NET Desktop Runtime 8.0.0 และ ASP.NET Core Runtime 8.0.0 ให้ติดตั้งใหม่จากโฟลเดอร์ Revit เอง

ขั้นตอน:

  1. ไปที่โฟลเดอร์ติดตั้ง Revit (ปกติ C:\Autodesk\Revit 2025\ หรือค้นหา “Revit 2025” ใน File Explorer)
  2. เข้าไปที่ \3rdParty\x64\
  3. ไปที่ \dotNet\80 > รัน windowsdesktop-runtime-8.0.0-win-x64.exe (ติดตั้งแบบ Repair ถ้ามี)
  4. ไปที่ \aspNetCore\80 > รัน aspnetcore-runtime-8.0.0-win-x64.exe
  5. รีสตาร์ทเครื่อง แล้วลองเปิด Revit

หรือดาวน์โหลด .NET 8.0 ล่าสุดจาก Microsoft .NET Download

2. Disable Add-on ที่มีปัญหา (เช่น Environment for Revit)

Add-on เก่าอาจทำให้ crash บน startup โดยเฉพาะ Environment for Revit จาก Arch-intelligence ที่ยังไม่รองรับ 2025 ในแพตช์แรก

ขั้นตอน:

  1. ปิด Revit ก่อน
  2. ไปที่ C:\ProgramData\Autodesk\Revit\Addins\2025\
  3. ค้นหาไฟล์ Environment.addin (หรือ add-in อื่นที่สงสัย) > ย้ายไปโฟลเดอร์อื่น (เช่น Desktop) ชั่วคราว
  4. ลองเปิด Revit ถ้าปกติแล้ว ให้รออัปเดต add-on จากผู้พัฒนา (ตรวจสอบที่ Autodesk App Store)

3. ล้างไฟล์ชั่วคราวและรีเซ็ตการตั้งค่า (สำหรับเคสติดขัด)

จากชุมชน Reddit และ Autodesk

ขั้นตอน:

  1. กด Win + R > พิมพ์ %temp% > ลบไฟล์ทั้งหมดในโฟลเดอร์ Temp (ยกเว้นที่ล็อก)
  2. ไปที่ %localappdata%\Autodesk\ > เปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ Revit และ Autodesk Revit 2025 เป็น “Revit_old” (Revit จะสร้างใหม่)
  3. ล้าง Performance Monitor: กด Ctrl + Alt + Del > Task Manager > Performance > ตรวจสอบ CPU/RAM ไม่มีปัญหา
  4. รัน Revit as Administrator (คลิกขวาไอคอน > Run as admin)

4. ถ้ายังไม่หาย: Reinstall Revit

  • ถอนการติดตั้ง Revit ผ่าน Control Panel > Programs
  • ลบโฟลเดอร์เหลือใน C:\Program Files\Autodesk\ และ C:\ProgramData\Autodesk\Revit\
  • ดาวน์โหลดและติดตั้งใหม่จาก Autodesk Account (เลือกเวอร์ชันล่าสุดทันที)

ทำไมรอบนี้ (2025) อัปเดตแล้วหาย แต่ก่อน (2024) ไม่หาย?

  • ปี 2024: แพตช์แรก (เมษายน 2567) ยังไม่ครอบคลุม add-on และ .NET บางเคสต้องรอแพตช์ถัดไป
  • ปี 2025: Autodesk ปรับปรุง CER Service และ .NET integration ในแพตช์ 2025.1+ ทำให้อัปเดตเดี่ยว ๆ แก้ได้เร็วขึ้น บวกกับ Windows 11 ที่เสถียรกว่า

สรุปขั้นตอนสั้น ๆ (เริ่มจากอันง่ายสุด)

  1. อัปเดต Revit 2025 ล่าสุด ผ่าน Autodesk Desktop App → ลองเปิด
  2. ถ้าไม่หาย: ติดตั้ง .NET ใหม่จากโฟลเดอร์ Revit
  3. Disable add-on ใน C:\ProgramData\Autodesk\Revit\Addins\2025
  4. ล้าง Temp และรีเซ็ตโฟลเดอร์ %localappdata%\Autodesk\

ถ้าทำตามแล้วยังมีปัญหา ลองส่ง Journal file (ใน %localappdata%\Autodesk\Revit\Journals\) ไปถามใน Autodesk Forum หรือ MTECH Support (marketing@mtechthailand.com) นะครับ ปัญหานี้ส่วนใหญ่แก้ได้ไม่ยาก ถ้าเครื่องสเปคพอ (เช็คที่ Autodesk System Requirements)

ถ้ามีรายละเอียดเพิ่ม (เช่น Journal error หรือ add-on ที่ใช้) บอกมาได้ จะช่วยเจาะลึกกว่านี้! 😊

vrayfor3dsmaxblacks

แก้ปัญหาหน้า Render ดำสนิทใน V-Ray for 3ds Max (ติดตั้งใหม่แล้วเจอจอดำทันที)

ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดเมื่อติดตั้ง V-Ray for 3ds Max ใหม่ ๆ แล้วกด Render ออกมาแล้วได้ภาพดำสนิททั้งแผ่น (แม้จะมีวัตถุและกล้องปกติ) 90% เกิดจาก V-Ray Global Switches ปิดไฟทั้งซีนโดยไม่รู้ตัว ค่าตั้งต้นของ V-Ray เวอร์ชันใหม่ ๆ (โดยเฉพาะ V-Ray 5 ขึ้นไป) จะปิด Lighting ทั้งหมดไว้ก่อน เพื่อป้องกันการ render โดยไม่ตั้งใจในกรณีที่ยังไม่มีไฟ

วิธีแก้อย่างรวดเร็ว (ใช้เวลาไม่ถึง 10 วินาที)

  1. ไปที่เมนู Render Setup (กด F10 หรือคลิกไอคอนกล้องฟิล์ม)
  2. เลือกแท็บ V-Ray (ถ้าไม่เห็น ให้คลิกขวาที่แถบแท็บด้านบนแล้วเลือก Show Tab > V-Ray)

3.เข้าไปที่ rollout V-Ray: Global switches ปรับจาก Standard > Advanced


4.Default lights: เปลี่ยนจาก Off with GI เป็น On with GI


จบปัญหาจอดำใน V-Ray เวอร์ชันใหม่เรียบร้อย!

ADC need to clear

เจอปัญหา “Desktop Connector folder needs to be cleared” เมื่อเปิดเครื่องหรือเปิด Autodesk Desktop Connector

ปัญหา: ผู้ใช้หลายรายพบว่าเมื่อเปิดคอมพิวเตอร์หรือเปิดโปรแกรม Autodesk Desktop Connector จะปรากฏข้อความแจ้งเตือนดังนี้

Desktop Connector Desktop Connector folder needs to be cleared เราพบว่าโฟลเดอร์ Desktop Connector ของคุณยังมีไฟล์ที่หลงเหลือมาจากการติดตั้งหรืออินสแตนซ์ก่อนหน้า คุณต้องลบหรือย้ายข้อมูลเหล่านี้ออกไปนอกโฟลเดอร์ Desktop Connector ไฟล์ข้อมูลของคุณอยู่ที่เส้นทางโฟลเดอร์ด้านล่างนี้ เมื่อดำเนินการเสร็จแล้ว ให้รีสตาร์ท Desktop Connector อีกครั้ง


วิธีแก้ไขปัญหา
เปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ Autodesk Construction Cloud (ACC) Docs

1.เมื่อเจอป๊อปอัป “Desktop Connector folder needs to be cleared” ให้คลิกลิงก์ที่อยู่ในข้อความ (ปกติจะเป็นลิงก์สีฟ้า) เพื่อเปิดไปยังโฟลเดอร์ที่มีปัญหาทันที


2.กลับมาที่โฟลเดอร์ที่เปิดไว้ในขั้นตอนที่ 1
– คลิกขวาที่โฟลเดอร์ชื่อ “ACC Docs”
– เลือก “เปลี่ยนชื่อ” (Rename)
– ตั้งชื่อใหม่ เช่น ACC Docs_Old หรือ ACC Docs_Backup


3.ปิด Desktop Connector ให้สนิทก่อน โดยคลิกขวาที่ไอคอน Desktop Connector บน System Tray (มุมล่างขวา) → เลือก “Shut down”


4.เปิด Autodesk Desktop Connector ใหม่อีกครั้ง ระบบจะสร้างโฟลเดอร์ “ACC Docs” ใหม่ให้อัตโนมัติ

5.เมื่อ Desktop Connector เปิดขึ้นมา จะให้คุณเลือกโปรเจกต์ใหม่ (Select your project / Choose your hubs)

ให้เลือก Hub และโปรเจกต์เดิมที่เคยใช้เหมือนปกติ


7.รอให้ซิงค์ข้อมูลใหม่จนเสร็จ (อาจใช้เวลาสักครู่ ขึ้นอยู่กับจำนวนไฟล์)

เสร็จเรียบร้อย! ปัญหาจะหายไป และคุณสามารถใช้งานได้ตามปกติ