Workshop Highlights | The 30-Days Construction Crisis Simulation จำลองวิกฤติโครงการก่อสร้างใน 30 วัน ด้วย Autodesk AEC Workflow

ภาพบรรยากาศจากงาน Workshop พิเศษ The 30-Day Construction Crisis Simulation จำลองวิกฤติโครงการก่อสร้างใน 30 วัน ด้วย Autodesk AEC Workflow จัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 17 กรกรฎาคม ที่ผ่านมา ณ True Digital Park


โดย workshop ในงาน จะเป็นการจำลองสถานการณ์ที่ให้ทุกท่าน ได้เข้าไปอยู่ในสถานการณ์จำลองของโครงการก่อสร้างที่ต้องเผชิญกับความท้าทายตลอด 30 วัน หลายเหตุการณ์อาจจะคุ้นเคยกับสิ่งที่ทุกท่านเคยเจอมาแล้ว บางเหตุการณ์อาจจะยังไม่เคยเจอซึ่ง workshop นี้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้มีส่วนในการตัดสินใจกับสถานการณ์ต่างๆ และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะแก้ไขด้วย AEC Workflow ได้อย่างไร

ทีม MTECH ขอขอบพระคุณผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน โดยเฉพาะทีม Synnex ที่ร่วมจัดกิจกรรม workshop ที่เป็นประโยชน์ และได้แชร์ความรู้เกี่ยวกับ AEC Workflow

ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมทุกท่าน ที่ให้ความร่วมมือภายในงาน และการแชร์ประสบการณ์การทำงานเป็นอย่างดี

ทีม MTECH จะมีกิจกรรมดีๆเพื่อมอบความรู้ และเป็นประโยชน์แก่ทุกท่านอีกแน่นอนค่ะ

ฝากติดตามกิจกรรมในครั้งหน้าผ่านหน้าเพจ หรือเว็บไซต์ได้ค่ะ

หวังว่าจะได้พบกับทุกท่านในโอกาสถัดไป

ทำไมวงการ Construction ต้องใช้ SketchUp

ทำไม วงการ Construction ถึงต้องใช้ SketchUp?

เหตุผลที่วงการ Construction ใช้ SketchUp เพราะ SketchUp ช่วยให้ทีมมองเห็นภาพรวมของโครงการได้ชัดเจน เข้าใจแบบได้ง่าย และสามารถปรับแก้หรือสื่อสารกันได้รวดเร็ว ตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ วางแผน ไปจนถึงการก่อสร้างจริง ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพและลดความผิดพลาดในหน้างาน

  • ไม่ว่าจะเป็นสถาปนิก วิศวกร หรือผู้รับเหมาก็สามารถใช้งาน SketchUp ได้ เนื่องจากใช้งานง่าย ลดเวลาในการเทรนทีมงาน
  • ออกแบบยืดหยุ่นจากงาน Concept จนถึงรายละเอียด ใช้ SketchUp ได้ครบทุกขั้นตอน
  • โมเดล 3D เข้าใจง่ายกว่าการดูแบบ 2D ช่วยลดความผิดพลาดในไซต์งาน
  • ทำงานร่วมกับ BIM ได้ เนื่องจากรองรับ IFC, เชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์อื่น เช่น Revit, AutoCAD, V-Ray, Enscape
  • มีคลัง 3D Warehouse พร้อมใช้งาน ไม่ต้องสร้างทุกอย่างจากศูนย์ ทำให้ประหยัดเวลามากขึ้น
AI กำลังก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมก่อสร้างโดยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดต้นทุนและเวลาโครงการ รวมถึงพัฒนาทักษะของกำลังคนผ่านการใช้เครื่องมือ AI เช่น กล้องและเซ็นเซอร์ นอกจากนี้ AI ยังช่วยในการคาดการณ์แนวโน้มและปรับปรุงการตัดสินใจในงานก่อสร้าง รวมถึงมีผลกระทบต่อการปรับปรุงคุณภาพการก่อสร้างและความยั่งยืนในระยะยาว โดยคาดว่าตลาด AI ในงานก่อสร้างจะเติบโตอย่างรวดเร็วในอนาคต

ทิศทางของ AI ในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง

อนาคตของการก่อสร้าง: เทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วย AI นำทางสู่ความสำเร็จ

ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การใช้งาน AI กับการก่อสร้างไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการจัดการโครงการ แต่ยังเปลี่ยนแปลงวิธีการสร้างแบบจำลองข้อมูลอาคาร (BIM) และลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรม การติดตามความก้าวหน้าเหล่านี้จึงมีความสำคัญต่ออนาคตของอุตสาหกรรมก่อสร้าง

AI กำลังกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงวิธีการแบบดั้งเดิมไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพของกำลังคน ข้อมูลที่รวบรวมเพิ่มขึ้นทำให้ AI สามารถคาดการณ์แนวโน้มและค้นพบโอกาสใหม่ๆ สำหรับนวัตกรรมและประสิทธิภาพ สร้างรากฐานให้กับอุตสาหกรรมที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และยั่งยืน

ผลของปัญญาประดิษฐ์ต่อประสิทธิภาพของกำลังคน

  • ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมก่อสร้างโดยเพิ่มประสิทธิภาพของกำลังคน ผ่านการพัฒนาทักษะ และการทำงานอัตโนมัติ ช่วยปรับปรุงกระบวนการทำงาน และกำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับการดำเนินงานในอนาคต
  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในไซต์งานก่อสร้าง โดยช่วยในการกำหนดตารางงาน จัดสรรแรงงาน และวัสดุอย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนและเวลาโครงการ โดยใช้เครื่องมือที่มี AI เป็นตัวช่วย เช่น กล้องและเซ็นเซอร์
  • ช่วยพัฒนาทักษะของคนงานด้วยแพลตฟอร์มการเรียนรู้ส่วนบุคคล โดยใช้ข้อมูลเพื่อสร้างโปรแกรมฝึกอบรมที่ตอบโจทย์แต่ละคน

    การคาดการณ์อนาคตด้วย AI

    • Predictive Analysis ในงานก่อสร้างนั้น ใช้ข้อมูลและการวิเคราะห์ขั้นสูงเพื่อคาดการณ์ผลลัพธ์ และแนวโน้มในอนาคต ช่วยปรับปรุงการตัดสินใจ ลดต้นทุน ลดความเสี่ยง และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ทำให้จัดทำงบประมาณและกำหนดเวลาโครงการได้แม่นยำ
    • ตลาด AI ในงานก่อสร้างกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว มูลค่าตลาดเดิมในปี 2023 คือ 3.21 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คาดการณ์ว่าในปี 2029 จะเพิ่มเป็น 11.85 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

    เทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วย AI

    เทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วย AI กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการใช้งานใหม่ๆ เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมก่อสร้าง เทคโนโลยีในอนาคต นอกจากนี้ เครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วย AI ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในอาคารผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง

    การผสานเทคโนโลยี AI กับการก่อสร้างจะช่วยลดต้นทุน เร่งระยะเวลาโครงการ และเพิ่มคุณภาพการก่อสร้าง ผลกระทบเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างผลกำไรและประสิทธิภาพทันที แต่ยังทำให้อุตสาหกรรมมีความยืดหยุ่น และขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม รวมไปถึงพัฒนาทักษะของกำลังคน ทำให้การก่อสร้างตอบสนองต่อความยั่งยืนและการจัดการโครงการที่ดีขึ้น พร้อมมองไปข้างหน้าสู่อนาคต

    สำหรับอนาคตของการก่อสร้างที่ขับเคลื่อนด้วย AI MTECH คือหนึ่งในผู้นำในการนำเสนอเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการก่อสร้าง ด้วยโซลูชัน AI ใน Software ที่ทันสมัยของเรา พร้อมจะช่วยพัฒนาโครงการของคุณให้มีประสิทธิภาพและความยั่งยืน

    ที่มา: Ginger Nixon

    https://www.openspace.ai/blog/the-future-of-construction-ai-driven-technologies-leading-the-way/

    เรียบเรียงโดย MTECH Thailand

      เทรนด์การก่อสร้าง2025

      เทรนด์การก่อสร้างที่น่าจับตามองในปี 2025

      เทรนด์การก่อสร้างปี 2025

      อุตสาหกรรมการก่อสร้างกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากเทคโนโลยีล้ำสมัย และแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนกลายมาเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่ง MTECH ได้รวบรวมเทรนด์การก่อสร้างที่น่าจับตามองในปี 2025 มาไว้ในบทความนี้

      1. Modular Construction – การก่อสร้างแบบโมดูลาร์กำลังได้รับความนิยมเนื่องจากมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ควบคุมคุณภาพการก่อสร้างได้ดี มีข้อผิดพลาดในการก่อสร้างน้อยกว่าปกติ แถมยังช่วยลดต้นทุน และระยะเวลาในการก่อสร้างอีกด้วย

      2. การพิมพ์ 3D ในการก่อสร้าง – เทคโนโลยีนี้ช่วยให้สามารถสร้างส่วนประกอบของอาคารทีละชั้น ปี2025นี้ การพิมพ์ 3D จะมีบทบาทสำคัญในการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ราคาประหยัด เนื่องจากมีความสามารถในการลดขยะ และต้นทุนแรงงาน

      3. เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) – ปี2025 AI จะมีอยู่ทุกที่ เทคโนโลยีนี้ช่วยให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่แบบเรียลไทม์ ทำนายความล่าช้าในการดำเนินงาน เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพยากร และประเมินความเสี่ยงในการก่อสร้าง

      4. ความก้าวหน้าของการสร้างแบบจำลองข้อมูลอาคาร (BIM) – BIM ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องเป็นเครื่องมือสำคัญในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง ปี 2025 คาดว่า BIM จะได้รับการเชื่อมโยงกับ AI และระบบ IoT

      5. การก่อสร้างแบบยั่งยืน – ความยั่งยืนไม่ใช่แค่เทรนด์อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นรากฐานของการก่อสร้างในยุคปัจจุบัน เน้นไปที่การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้พลังงานทดแทน วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมการออกแบบ เช่น หลังคาสีเขียว และระบบที่ประหยัดพลังงาน เป็นต้น

      6. Smart building – ปฏิวัติการก่อสร้างที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี โดยติดตั้งเซ็นเซอร์ IoT และระบบอัตโนมัติ ซึ่งทำให้อาคารสามารถตรวจสอบ และปรับปรุงการใช้พลังงาน ความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมได้ ปี2025 อาคารอัจฉริยะจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ในอสังหาริมทรัพย์ทั้งที่อยู่อาศัยและเชิงพาณิชย์

      7. AR และ VR – เทคโนโลยีนี้กำลังจะปฏิวัติการมองเห็นโครงการการก่อสร้าง โดย AR จะแสดงการออกแบบดิจิทัลทับกับสภาพแวดล้อมจริง ช่วยให้ทีมสามารถระบุปัญหาการออกแบบที่อาจเกิดขึ้นในเวลาจริง ขณะที่ VR จะทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าไปในแบบจำลองดิจิทัลของสถานที่ก่อสร้างหรืออาคารที่สร้างเสร็จแล้ว

      8. วัสดุที่ยั่งยืน – แนวคิดนี้กำลังได้รับความนิยมในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง โดยมุ่งเน้นการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่และการรีไซเคิลเพื่อลดขยะ

      ปี 2025 การก่อสร้างจะเปลี่ยนแปลงไปด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและยั่งยืน ทั้งการใช้ AI, BIM, AR, VR รวมถึงการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมผลักดันแนวทางการพัฒนาอสังหาฯ อย่างยั่งยืนในอนาคต

      ที่มา: https://www.azobuild.com/article.aspx?ArticleID=8701

      เรียบเรียงโดย: MTECH